เผย เหยื่อค้ามนุษย์ 6 พันคนจาก 21 ประเทศ ถูกขังในเมียนมา มากกว่าครึ่งเป็นชาวจีน รายได้ราว 43.8 พันล้านเหรียญต่อปี
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้เผยแพร่ข้อมูล รายละเอียดจากการเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกค้ามนุษย์ มีรายละเอียดต่อไปนี้
มีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์กว่า 6,000 คนจาก 21 ประเทศถูกกักขังในประเทศเมียนมา ทนทุกข์กับการถูกทารุณกรรม ความบอบซ้ำทางจิตใจ การเรียกค่าไถ่จำนวนมหาศาลและถูกตัดขาดความช่วยเหลือจากทั่วโลก
พบว่า ผู้เสียหายมากกว่าครึ่งหนึ่งคือ 3,900 คน เป็นชาวจีน
ทั้งนี้ อำเภอแม่สอด จ.ตาก ประเทศไทย ได้กลายเป็นทางผ่านที่สำคัญซึ่งถูกกลุ่มอาชญากรข้ามชาติของจีนใช้ในการส่งผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เข้าสู่ประเทศเมียนมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
โดยบริเวณนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเมย ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ ได้แก่ กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) และกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) ซึ่งทำให้การช่วยเหลือผู้เสียหายมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
จากรายงานของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤษภาคม 2567 องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา, ลาว, และเมียนมา สร้างรายได้ราว 43.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีจากการฉ้อโกงออนไลน์ นับว่าเป็นการทำลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลก คุกคามชีวิตและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
โดยตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2567 เครือข่ายฯ ได้ประสานงานกับรัฐบาลไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์เพื่อขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในบริษัท Zhongfa, Hexin, Yougqian และ Tai Chang ซึ่งมีรายงานการใช้ความรุนแรง การฆาตกรรม และการทารุณกรรมที่โหดเหี้ยม
แม้จะมีความพยายามทางการฑูต ความสนใจจากสื่อ และแรงกดดันทางการเมือง แต่ผู้เสียหายยังคงถูกขัง ทนทุกข์จากการถูกทำร้ายจิตใจ ชอร์ตไฟฟ้า น้ำร้อนราด บังคับให้ทำงานหนักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลอกลวงบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลายแห่ง โดยยังไม่มีความคืบหน้าในการช่วยเหลือ
กรณีที่นักแสดงชาวจีน ‘Xing Xing’ ถูกหลอกให้เดินทางจากประเทศจีนมายังแม่สอด ได้สร้างความตระหนกในโลกออนไลน์เกี่ยวกับอันตรายจากการเดินทางมายังประเทศไทยและความเสี่ยงในการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในประเทศเมียนมา สะท้อนให้เห็นถึงความเหิมเกริมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้
จีนเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา โดยเฉพาะการต่อสู้กับการหลอกลวงทางออนไลน์ การพนัน และการหลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์ การพัฒนากรอบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง และกระบวนการฟ้องร้องที่รวดเร็ว
ทำให้ประเทศจีนสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้หลายหมื่นคนและดำเนินคดีอาชญากรรมจำนวนมากในเวลารวดเร็ว
การดำเนินการที่เด็ดขาดจากทางการจีนในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมและผู้ที่ให้การสนับสนุนในประเทศเมียนมา พร้อมทั้งความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างจีนและไทย เป็นสิ่งจำเป็นในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและแก้ไขวิกฤตการค้ามนุษย์บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น เสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดทางไปสู่ความก้าวหน้าสำคัญในระดับโลกต่อประเด็นที่ถูกละเลยมานาน
เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ขอเรียกร้องให้ทางการจีนและทางการไทยมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ในประเทศเมียนมา ตลอดจนช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทุกคนอย่างเร่งด่วน

