รวบเครือข่าย รับจ้างขนคนไทยผ่านเรือ เพื่อเปิดบัญชีม้า ทำงานแก๊งคอลในกัมพูชา สารภาพทำมา 4 ปี
จากกรณีที่ตำรวจทราบว่า มีขบวนการนำพาคนเปิดบัญชีม้าและข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นกลุ่มบุคคลในท้องถิ่นในพื้นที่ พาคนรับจ้างเปิดบัญชีม้าเดินทางโดยเรือไฟเบอร์หรือโฟมข้ามคลองพรมโหด ซึ่งมีความกว้างประมาณ 4-5 เมตร เข้าไปฝั่งประเทศกัมพูชา เพื่อไปยังสำนักงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และทำหน้าที่สแกนใบหน้า ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก
วันที่ 8 มกราคม 2568 ตำรวจได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว เข้าตรวจค้นเครือข่ายเจ๊ดาว จำนวน 5 จุด ซึ่งจุดสำคัญคือ จุดที่ 1 ไม่พบ เจ๊ดาว แต่พบนายเอ (นายสมมติ) อายุ 38 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว
โดยทั้งสองคน ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นไปชี้จุดพาข้าม โดยให้การว่า ก่อนหน้านี้เป็นจุดที่นำคนไทยไปและกลับระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา คิดค่าหัวคนละ 4,000 บาท และได้ค่าดำเนินการหัวละ 500 บาท ซึ่งจะมีไปรับคนที่หน้าห้างสตาร์พลาซ่า อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว หรือจุดนัดพบอื่นๆ แล้วขับรถยนต์พาเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว และจะมีคนกัมพูชามารับต่อ พาเข้าประเทศกัมพูชา


ทั้งคู่สารภาพเพิ่มเติมว่า ทำมาประมาณ 4 ปี และบางช่วงรับคนไทยไปและกลับ ประมาณ 100 คนต่อวัน แต่รับเฉพาะคนไทยเท่านั้น นอกจากนั้นจากการสืบสวนพบว่า มีอีกหลายช่องทางที่ทำในลักษณะเดียวกัน
การตรวจค้นครั้งนี้ ได้ทำการจับกุม นายจิรพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด โดยกล่าวหาว่า มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับกุม น.ส.อำพร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง น้ำต้มกระท่อม ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 20 ขวด และถังแช่น้ำแข็งสีแดง ขนาด 100 ลิตร จำนวน 1 ถัง โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายอาหารที่มีพืชกระท่อมเป็นส่วนผสมยาแก้ไอ น้ำเชื่อม โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลาง นำส่ง พงส.สภ.คลองลึก ดำเนินคดีตามกฏหมาย สำหรับคนอื่นๆของเครือข่ายเจ๊ดาวที่ไม่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินการตามนโยบายระเบิดสะพานโจร ต่อไป


