บอสมิน-บอสแซม ลุ้นอีกรอบ ดีเอสไอขอเวลา 30 วันพิจารณาเห็นพ้อง-แย้ง หลังอัยการไม่สั่งฟ้อง ถ้าอธิบดีดีเอสไอ เห็นแย้ง ต้องส่งหนังสือขอให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด
จากกรณีที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และมีความเห็นและคำสั่งทางคดี สั่งฟ้อง บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1 และพวกรวม 17 ราย และสั่งไม่ฟ้องนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 ตามข้อกล่าวหา ซึ่งในส่วนที่พนักงานอัยการสำนักคดีพิเศษ มีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ จะได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อศาลอาญา และจะดำเนินการส่งสำนวนพร้อมความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 ทุกข้อกล่าวหาในคดีบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปว่า โดยกระบวนการทางกฎหมาย พนักงานอัยการจะส่งคำสั่งไม่ฟ้องพร้อมความเห็นและเหตุผลกลับมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จากนั้นกรมฯจะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตามที่อัยการแจ้งมา ถ้ากรณีเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้อง ก็ต้องแจ้งกลับไปยังอัยการคดีพิเศษ และถือว่าจบซึ่งคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าเห็นว่ายังมีเหตุผลที่ควรจะฟ้องอยู่ ก็จะมีความเห็นแย้งไปตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องส่งไปที่อัยการสูงสุดให้เป็นผู้ชี้ขาด
พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า โดยระเบียบภายในดีเอสไอ จะพิจารณาความเห็นแย้งหรือไม่แย้งภายใน 30 วัน หากเห็นว่ายังมีเหตุผลที่ควรให้ศาลพิจารณา ซึ่งกรณีที่ดีเอสไอเห็นแย้งกับคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ดีเอสไอก็จะดูจากตัวสำนวนเดิมและเหตุผลของอัยการ พร้อมทั้งดูข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ต้องมีการเทียบฎีกาต่างๆ คำพิพากษาของศาลที่ผ่านมาเพื่อเทียบเคียง ซึ่งส่วนต่างๆ เหล่านี้จะเป็นหน้าที่ของกองบริหารคดีพิเศษที่จะไปรวบรวมเรื่องข้อมูล ตรวจความเห็นแย้ง เพื่อนำเสนอต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อย่างไรก็ตามระหว่างที่ดีเอสไอดำเนินการนี้ ก็สามารถขยายเวลาออกไปได้อีก 30 วัน
เมื่อถามว่าสำนวนที่ดีเอสไอส่งฟ้องไปนั้น บอสแซมกับบอสมินต่างกับบอสอื่นอย่างไร พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า บอสสองคนนี้เป็นลักษณะพรีเซ็นเตอร์ รับรายได้การโฆษณาจากบริษัท แต่ก็ปรากฏข้อมูลว่าเป็นบอสที่แสดงตัวเป็นผู้บริหารและมีการรับรายได้จากส่วนแบ่งการประกอบธุรกิจของบริษัท และรูปแบบสัญญาจะแตกต่างจากผู้รับโฆษณารายอื่น ส่วนแตกต่างอย่างไร ขอดูรายละเอียดจากอัยการก่อนว่าอัยการให้เหตุผลอย่างไร ในส่วนดีเอสไอพิจารณาเห็นว่ามีหลักฐานตามสมควรที่จะฟ้องไป กรณีที่อัยการเห็นต่างก็ต้องมาดูเหตุผลกัน
เมื่อถามว่าในการสอบสวนของดีเอสไอ ก็มีพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนร่วมในคณะ เหตุใดเมื่อสำนวนไปถึงอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการพิเศษจึงสั่งไม่ฟ้องบางรายนั้น พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า อัยการเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในคดีเฉพาะส่วนที่ดีเอสไอขอคำปรึกษา แต่การพิจารณาลงความเห็นฟ้องนั้น พนักงานสอบสวนเป็นผู้มีความเห็น ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาคดีโดยปกติ

