เพื่อนร่วมวิน-แม่ค้าตกใจ ไม่คิด ‘จ่าเอ็ม’ ยิงอดีตส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ได้ เผยก่อนก่อเหตุ วิ่งวินอยู่ครึ่งวัน เผย เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี
จากกรณี นายลิม กิมยา อายุ 73 ปี อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชาและนักเคลื่อนไหว ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางมาประเทศไทย กับภรรยาชาวฝรั่งเศส ที่บริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พื้นที่ สน.ชนะสงคราม เหตุเกิดวันที่ 7 มกราคม ต่อมาศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พ.จ.อ.เอกลักษณ์ อดีตนาวิกโยธิน สังกัดกองทัพเรือ ผู้ต้องหายิง ลิม กิมยา นั้น
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ ซอยสุขุมวิท 22 ซึ่งเป็นที่ตั้งของวินสายน้ำทิพย์ 1 เพื่อสัมภาษณ์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินสายน้ำทิพย์ 1 ซึ่งเป็นวินเดียวกับ พ.จ.อ.เอกลักษณ์ แพน้อย (จ่าเอ็ม) อดีตนาวิกโยธิน สังกัดกองทัพเรือ ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงนายลิม กิมยา อายุ 73 ปี อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน ชาวกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับวินจักรยานยนต์สายน้ำทิพย์ 1 คนหนึ่ง และได้เปิดเผยถึงบุคลิกและนิสัยทั่วไปของจ่าเอ็ม ว่า จ่าเอ็มมาขับอยู่ที่วินนี้ได้ประมาณ 2-3 เดือน ทราบเพียงว่าเคยรับราชการเป็นทหารเรือ เนื่องจากเจ้าตัวเคยพูดให้ฟัง หมายเลขเสื้อของจ่าเอ็มที่ขับอยู่คือเบอร์ 55 โดยช่วงเวลาที่มาขับมักจะไม่เป็นเวลา บางวันก็มาเช้า บางช่วงก็มากลางวัน หรือไม่ก็มาเย็น วันเกิดเหตุก็ยังมาขับอยู่ครึ่งวัน

นิสัยส่วนตัวก็เป็นคนที่นิสัยดี ไม่มีทีท่าที่จะไปทำร้ายใคร ทราบว่าตัวจ่าเอ็ม พักอาศัยอยู่ในย่านคลองเตย เพียงลำพังไม่มีครอบครัว คาดว่าครอบครัวน่าจะอยู่ระยอง เพราะจ่าเอ็มเคยสั่งลิ้นจี่จากแม่มาให้เพื่อนที่วินกินกัน หลังจากที่มีข่าวออกไปก็รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นคนลงมือก่อเหตุดังกล่าว
ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับแม่ค้าร้านอาหารซึ่งเป็นคนว่าจ้างให้จ่าเอ็มไปซื้อของให้เป็นประจำ โดยระบุว่า รู้จักจ่าเอ็มได้ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว และเพิ่งว่าจ้างให้จ่าเอ็มซื้อของให้เธอได้ประมาณ 5 เดือน ปกติจ่าเอ็มจะซื้อกับข้าวให้เธอในช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ก่อนที่จ่าเอ็มจะไปวิ่งวิน แล้วมักจะกลับมาอีกครั้งประมาณช่วง 15.00 น. เพื่อมารับประทานอาหาร ก่อนใช้บริการเซาน่าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
โดยปกติจ่าเอ็มมักจะพูดคุยเรื่องทั่วไป อัธยาศัยดี ร่าเริง บางทีก็ชอบพูดแซวตนบ้าง แต่จ่าเอ็มไม่เคยพูดถึงภูมิหลังว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะขนาดตนถามว่าเคยทำอะไรมาก่อน จ่าเอ็มก็ไม่ตอบ รวมทั้งตนก็ไม่ทราบอีกด้วยว่า นอกจากวิ่งวินมอเตอร์ไซค์และซื้อของให้ตนแล้ว จ่าเอ็มไปรับงานอย่างอื่นอีกหรือไม่
เมื่อวาน (7 มกราคม) ได้เจอจ่าเอ็มครั้งสุดท้ายก็คือช่วงเช้าที่จ่าเอ็มรับงานซื้อของแล้วไปวิ่งวิน ก่อนจะกลับมาอีกครั้งประมาณช่วง 16.00 น. เมื่อจ่าเอ็มมาถึงก็สั่งข้าวกะเพราหมึกกินและไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก โดยตอนแรกจ่าเอ็มนั่งกินอยู่ภายในร้าน สักพักก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามา จ่าเอ็มก็ออกไปรับสายข้างนอกแล้วมานั่งกินบริเวณนอกร้าน เท่าที่สังเกตมีลักษณะท่าทางการกินที่รีบเร่งและกินไม่หมดจาน ก่อนที่จ่าเอ็มจะกลับออกไปพร้อมบอกสั้นๆ เพียงแค่ว่า ไปก่อนนะป้า โดยที่ไม่ได้บอกว่าจะรีบไปไหน
อย่างไรก็ตาม ท่าทีการรีบกินและมีโทรศัพท์เข้าของจ่าเอ็มนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะจ่าเอ็มก็มีลักษณะแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วที่มากินข้าวในช่วงบ่าย ซึ่งตนก็สังเกตเห็นว่าตอนจ่าเอ็มรับสาย ก็ไม่ได้มีท่าทีเครียดตระหนกหรือร้อนรนแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่คาดคิดและตกใจอย่างมากว่า หลังจากกินข้าวเสร็จ จ่าเอ็มจะไปก่อเหตุยิงนักการเมืองกัมพูชา เพราะดูรูปร่างท่าทีของจ่าเอ็มแล้ว ก็ไม่น่าเป็นคนที่ใช้อาวุธปืนและไม่ทราบมาก่อนว่าเขาจะมีอาวุธปืนในมือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– ปชน. จี้ รัฐบาลเร่งล่ามือยิง อดีตส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ลบครหาไทยเป็นทางผ่านอาชญากร
– ออกหมายจับ อดีตนาวิกโยธิน มือยิง ลิม กิมยา อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน กัมพูชา ดับกลางกทม.
– ผลชันสูตร ลิม กิมยา หัวใจฉีกขาดจากกระสุน พบประวัติ จ่าเอ็ม มือยิง ขาดราชการ จน ทร.ให้ออก

