จ่าเอ็ม ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วนคนชี้เป้ายังหลบหนี ศาลอนุญาตฝากขัง

13.01.25 | 15:04 น.

จ่าเอ็ม มือยิง อดีตส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วน คิมสลิน พิช คนชี้เป้ายังหลบหนี ศาลอนุญาตรับฝากขัง

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจอรินทราชและพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม คุมตัวนายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือ จ่าเอ็ม อายุ 41 ปี อดีตทหารเรือ ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง นายลิม กิมยา อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา เสียชีวิต ไปส่งที่ศาลอาญา ฝากขังเป็นผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ในข้อหา 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนโดยใช่เหตุ นั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นำตัว จ่าเอ็ม ส่งศาลอาญา ฝากขัง ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก เจ้าตัวสีหน้าเรียบเฉย-ปัดตอบคำถามสื่อ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคำร้องยื่นฝากขังผัดแรกนั้น ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. วันที่ 7 มกราคม บริเวณวงเวียน 13 ห้าง ถนนสิบสามห้าง พ.จ.อ.เอกลักษณ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้มาดักรอเพื่อก่อเหตุยิงทำร้าย นายลิม กิมยา ผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศส จนถึงแก่ความตาย โดยก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้มาใช้บริการที่ร้านนวดแผนโบราณ เพื่อรอเวลาที่ผู้ตายเดินมาถึงที่เกิดเหตุ

เมื่อผู้ตายนั่งรถโดยสารประจำทางหมายเลขทะเบียนของประเทศกัมพูชามาใกล้ถึงสถานที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ดักรอก่อเหตุที่บริเวณซุ้มประตูของวัดบวรนิเวศวิหาร จากนั้นมีนายคิมสลิน พิช (kimsrin pich) ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี และถือหนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา ได้เดินลงจากรถโดยสารประจำทางคันดังกล่าว และได้เดินไปทางผู้ต้องหาที่ 1 จากนั้นนายคิมสลิน พิช ได้กระทำท่าทีในลักษณะให้สัญญาณบ่งชี้เป้าหมาย ด้วยการมองหน้าไปยังผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 1 มองไปยังนายคิมสลิน พิช

Advertisement

จากนั้น ผู้ต้องหาที่ 1 ได้เดินตามนายคิมสลิน พิช พร้อมนำโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ตามด้วย นายคิมสลิน พิช หยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายขึ้นมาดู ผู้ต้องหาที่ 1 หันหลังกลับเดินตามผู้ตายกับพวกไป ส่วนนายคิมสลิน พิช เดินอ้อมกลับมาบริเวณเกาะกลางวงเวียนสิบสามห้าง พร้อมหันไปมองผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ตายกับพวกอยู่ตลอด ในลักษณะตามดูเหตุการณ์และตามดูผลงานที่ผู้ต้องหาที่ 1 กำลังก่อเหตุยิงผู้ตาย จนกระทั่งผู้ต้องหาที่ 1 ใช้อาวุธปืนลูกโม่สั้น ยี่ห้อสมิทฯ ขนาด.38 ยิงผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากนั้น นายคิมสลิน พิช ได้เดินออกจากสถานที่เกิดเหตุไป และผู้ต้องหาที่ 1 ก็หลบหนีไปเช่นกัน จากข้อเท็จจริงในทางสืบสวน ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 แบ่งหน้าที่กันทำ โดยผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ลงมือยิงผู้ตาย ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ชี้เป้าหมาย

พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ต่อมาวันที่ 11 มกราคม 68 สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 และนำมาฝากขังต่อศาลในวันนี้ ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ยังหลบหนีและไม่สามารถจับกุมได้ในขณะนี้ การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288, 289 (4) 371, 376 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนพยานอีก 20 ปาก (พยานชุดจับกุมและประจักษ์พยาน) รอผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ, ผลตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องหา, ผลตรวจเขม่าอาวุธปืนจากร่างกายและเสื้อผ้าของผู้ต้องหา, ผลตรวจใบอนุญาตให้มีอาวุธปืน, ผลตรวจทางนิติเวชจากศพผู้ตาย

ศาลพิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตฝากขังได้

โดยในช่วงเวลา 10.00 น.เศษ มารดาของจ่าเอ็มได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อเยี่ยมบุตรชายก่อนเดินทางกลับทันที