รวบหนุ่มไร้สัญชาติ ลอบขายพอตเคใส่บุหรี่ไฟฟ้า ส่งขายสถานบันเทิงกลางกรุง

14.01.25 | 11:00 น.

สืบมักกะสันรวบหนุ่มไร้สัญชาติ ลักลอบขายพอตเคใส่บุหรี่ไฟฟ้า 201 หัว ส่งขายตามสถานบันเทิงกลางกรุง

เมื่อวันที่ 14 มกราคม พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.ธนาธิป จิตราคนี รอง.ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.จาตุรงค์ ติดนนท์ สว.สส.สน.มักกะสัน และชุด สืบสวน สน.มักกะสัน) ได้ร่วมกันจับกุม นายสิงหา อายุ 28 ปี ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ข้อหา 1.จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 2.มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมของกลาง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอต)มีส่วนผสมเคตามีน 1 หัว นำมาวางไว้ให้วินมอเตอร์ไซค์เอกชนมารับไปส่งให้ลูกค้า หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอต) มีส่วนผสมเคตามีน 1 หัว ค้นได้ที่ตัว โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอต)มีส่วนผสมเคตามีน 1 หัว ค้นได้ในเคตามีนชนิดผงสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักชั่ง รวมถุงประมาณ 0.99 กรัม ซองบรรจุพัสดุกันกระแทก สีฟ้า 16 ซอง ซองบรรจุ พอตเคสีดำ มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ King ขนาด 4×9 ซม. 96 ซอง ถุงพลาสติกใสแบบรูดปิด-เปิด 100 ถุง เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล 2 เครื่อง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค)มีส่วนผสมเคตามีนบรรจุในห่อสีเขียว 145 หัว หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค)มีส่วนผสมเคตามีนบรรจุในห่อสีแดง 24 หัว พอตเค รวม 201 หัว หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค) มีส่วนผสมเคตามีนบรรจุในห่อสีดำ 32 หัว ซองบรรจุพัสดุกันกระแทก สีฟ้า 16 ซอง

สืบเนื่องจากก่อนจับกุมในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวนสน.มักกะสัน ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายไม่ทราบชื่อและนามสกุล ขายหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตเค คือ บุหรี่ไฟฟ้าผสมเคตามีน กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายของกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบัน เป็นการแพร่ระบาดยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่แฝงมาในรูปแบบบุหรี่ไฟฟ้า ที่กลุ่มนักท่องเที่ยวเรียกติดปากกันว่า “พอตเค” (ตรวจพบว่ามีสวนผสมเคตามีน) ตามสถานบันเทิงกลางคืนในพื้นที่ กทม.

Advertisement

สายลับแจ้งว่าผู้ลักลอบจำหน่ายหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค)มีส่วนผสมของวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) จะลักลอบจำหน่ายผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “24 KK” ในราคาหัวละ 2,500 บาท เมื่อมีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อ ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “24 KK” จะส่งให้ลูกค้าผ่านวินมอเตอร์ไซค์เอกชน ไปตามที่อยู่ที่ลูกค้าแจ้งไว้ และจะแพ็คหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค)ใส่ซองพลาสติกกันกระแทกสีต่างๆ เพื่อส่งให้กับวินมอเตอร์ไซค์เอกชน นำไปส่งให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค) และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “24 KK” พักอาศัยและส่งหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า(พอตเค)มีส่วนผสมของวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2(เคตามีน) พักอาศัยอยู่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มกราคม ร.ต.อ.กฤษณ ผิวทองงาม รอง สว.สส.สน.มักกะสัน รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้เรียกตำรวจฝ่ายสืบสวนชุดจับกุม เพื่อวางแผนจับกุม โดยได้ลง ประจำวันที่ 13 มกราคม เวลา 11.31 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมร่วมกันออกเดินทางไปยังคอนโดย่านบางกะปิ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมาเวลาประมาณ 13.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณล็อบบี้คอนโด พบเห็นชายลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัยเดินถือซองพลาสติกกันกระแทกจำนวน 1 ซอง มีพฤติการณ์ตรงกับที่สายได้แจ้งและให้ข้อมูลไว้ แล้วนำมาวางไว้ที่บริเวณโต๊ะสำหรับวางของรับ-ส่งสินค้าประตูทางเข้าอาคาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบซองพลาสติกกันกระแทก 1 ซอง จากการตรวจสอบทราบชื่อต่อมา คือ นายสิงหา ถือมาวางไว้ จึงขอทำการตรวจค้น ก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้ถูกตรวจค้นดูจนเป็นที่พอใจผลการตรวจค้นตัวพบของกลางดังกล่าว สอบถามนายสิงหา ผู้ถูกจับ รับว่ากำลังนำมาส่งให้กับวินมอเตอร์ไซค์เอกชนเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้า และรับว่าได้พักอาศัยอยู่ที่ห้องพักดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเข้าตรวจค้นภายในห้องพักและรถยนต์โดยอาศัยอำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจค้นพบหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตเค และเมื่อซักถามนายสิงหา ให้การรับว่าของกลางที่ตรวจค้นพบทั้งหมดเป็นของตนจริง มีไว้จำหน่ายให้ลูกค้า โดยนายสิงหารับว่า ได้ซื้อหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตเคมาจากนายปีเตอร์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎร พบว่านายสิงหา เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทย คาดว่าน่าจะนำพอตเคดังกล่าวมาขายตามสถานบริการโดยรอบย่านมักกะสันและห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวพร้อมยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป