สตม. แถลง 4 คดี จับรองหัวหน้าแก๊งคอลยากูซ่าญี่ปุ่น-รวบหนุ่มดัตช์ลวงขายทอง
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรงรอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช.ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ช่วยราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หัวหน้ากลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้
1. “สตม.รวบรองหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยากูซ่าญี่ปุ่น” สืบเนื่องจากการขยายผลการจับกุมผู้กระทำความผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยากูซ่าญี่ปุ่นที่หลอกคนญี่ปุ่น โดยมาตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 67 สามารถจับกุมชายชาวญี่ปุ่นจำนวน 5 คน และยังมีอีก 3 คน ที่ยังไม่ถูกจับกุม จึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรคนต่างด้าวทั้ง 8 คน และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลเฝ้าระวัง กระทั่งวันที่ 12 ม.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่งานตรวจคนเข้าเมืองขาออกด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ว่าได้ตรวจพบ นาย HAMAJI (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งเป็น 1 ใน 3 คน ที่ยังไม่ถูกจับกุม จะเดินทางออกจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. จึงได้ร่วมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขาออกด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ควบคุมตัวนาย HAMAI เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้นาย HAMAJI เป็นรองหัวหน้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการต่าง ๆ ภายในแก๊งและรับคำสั่งจากหัวหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม
2. “สืบตม.รวบหนุ่มแดนโสมหลังมั่วสุมปาร์ตี้ยาฯ ไฮโซ บนโรงแรมหรูย่านทองหล่อ” สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการปิดล้อมตรวจค้นงานปาร์ตี้มั่วสุมยาเสพติด ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ ซึ่งเบื้องต้นพบเป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวเพศชาย หนุ่มหล่อกล้ามโต ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนทั้งสิ้น 124 คน พร้อมกับของกลางเป็นสารเสพติดในบริเวณงานปาร์ตี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า นายโจวอน (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน“ ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยกับเพื่อนที่คอนโดย่านแขวงสามเสนนอก จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถติดตามจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
3. “สืบตม. รวบชายชาวไนจีเรียนลักลอบขายคีตามีนในย่านนานา” สืบเนื่องจาก กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติผิวสีลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านนานา จึงได้วางแผนจับกุม โดยให้สายลับติดต่อขอซื้อยาเสพติด โดยนัดหมายส่งมอบภายในร้านขายสินค้า ในซอยสุขุมวิท 5 จนกระทั่งนายเคนเนดี้ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรียน ได้มาพบกับสายลับตามนัดหมาย จากนั้นได้ส่งมอบยาเสพติดตามที่ตกลงซื้อขายกันให้กับสายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบยาเสพติดของกลางซึ่งบรรจุอยู่ในพลาสติกใส ห่อหุ้มด้วยเทปกาวพลาสติกสีดำจำนวน 30 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ในกล่องยาสีฟัน และทำการตรวจค้นตัวนายเคนเนดี้พบเงินสดที่ใช้ล่อซื้ออยู่ในมือซ้าย ต่อมาได้ตรวจค้นห้องพักของนายเคนเนดี้ พบซองพลาสติกและเทปพันสายไฟสีดำเช่นเดี๋ยวกับที่ใช้พันยาเสพติดของกลาง จึงตรวจยืดไว้เป็นของกลาง สอบถามนายเคนเนดี้ยอมรับว่ายาเสพติด (คีตามีน) ของกลางดังกล่าวเป็นของตนเอง ซึ่งได้นำมาจำหน่ายให้กับสายลับในราคา 60,000 บาท ตามที่ตกลงซื้อขายกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
4. “สืบ ตม.รวบหนุ่มแดนกังหันลมหลอกขายทองหวังฉกดอลลาร์”
สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่ามีชายชาวผิวสีมีพฤติกรรมหลอกขายเม็ดทองคําในราคาถูกนําเข้าจากแอฟริกา เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. จึงได้ทําการสืบสวนจนพบผู้กระทําความผิดคือ MR.NDILLE (สงวนนามสกุล) สัญชาติดัตช์ อายุ 43 ปี โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 5 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นห้องพักพบกระเป๋าเสื้อผ้าภายในบรรจุสิ่งของเม็ดทองคําปลอมนํ้าหนัก 5 กิโลกรัม 1 ถุง และถุงพลาสติกบรรจุสิ่งของลักษณะคล้ายเม็ดทองคําหนักประมาณ 100 กรัม 2 ถุง เป็นเม็ดทองคําจริงเพียง 1 ถุง โดยผู้ต้องหาให้การว่าซื้อเม็ดทองคํามาจากประเทศจีน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเม็ดทองคําทั้งหมดพร้อมเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ เงินเยน และเงินปอนด์ รวม 117,600 บาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทําการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรพร้อมขึ้นบัญชีแบล็คลิสก่อนคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวและเตรียมผลักดันออกนอกประเทศและจะทําการสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการเพื่อติดตามตัวมาดําเนินคดีตามกฎหมาย

