มธ.จับมือสภาทนาย พัฒนา D-Lawyer หวังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

14.01.25 | 15:24 น.

คณะนิติศาสตร์ มธ. จับมือสภาทนาย พัฒนาระบบ D-Lawyer หวังระบบเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพทนายความ มั่นใจจะสามารถพัฒนาได้สำเร็จ


เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่สภาทนายความ ถนนพหลโยธิน มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ คณาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดร.วิเชียร กล่าวว่า ทางสภาทนายความมีความต้องการที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชนเข้ามายกระดับบริการ และระบบฐานข้อมูลสมาชิกสภาทนายความ รวมถึงเพิ่มการให้บริการออนไลน์อีกหนึ่งช่องทางในการอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกสภาทนายความ จึงได้ร่วมทำข้อตกลงร่วมกับคณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับบริการแก่สมาชิกสภาทนายความให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยวิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการรับรองสิ่งพิมพ์ออกสภาทนายความจึงมุ่งหวังที่จะให้แพลตฟอร์มดิจิทัล เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ในกระบวนการยุติธรรม และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนในการยืนยันความเป็นเอกสาร ต้นฉบับที่ถูกต้อง สอดคล้องกับบทบัญญัติทางกฎหมาย และวิธีพิจารณาความ

“ผมเห็นว่าทนายความมีความยุ่งยาก และเสียเวลามากในการเข้าถึงเอกสารต่างๆ เพื่อใช้ในกระบวนการยุติธรรม เดี๋ยวนี้มีออนไลน์ดิจิทัลแล้ว มีกฎหมายที่รองรับแล้ว เรียกว่าพร้อมแล้ว แต่เรากลับยังไม่นำเครื่องมือเหล่านี้เข้ามาใช้ประโยชน์ สร้างประโยชน์ และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก พัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผมตระหนักว่า การนำแพลตฟอร์มเข้ามาใช้จะมีประโยชน์อย่างสูง ซึ่งก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ปรับความเข้าใจในการใช้กฎหมายดิจิทัล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย การที่เราได้ทำงานร่วมกับคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นสถาบันชั้นนำของประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและสอนกฎหมาย เราก็มั่นใจว่าเราจะสามารถดำเนินการต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วง” ดร.วิเชียร กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลของสภาทนายความ เพื่อให้สมาชิกสภาทนายความสามารถเข้าถึงเอกสารต่างๆ ของสภาทนายความแล้ว ยังเตรียมจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าถึง ข้อมูลผ่านทางออนไลน์ เช่น ตรวจเช็คสถานะทนายความ และยกระดับการบริการผ่านทางออนไลน์ ตั้งแต่การรับสมัคร การตรวจสอบผลการสอบ ตลอดจนออกเอกสารรับรอง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ทางสภาทนายความอยู่ระหว่างการพัฒนาบริการออนไลน์ ซึ่งในเฟสแรกเรื่องระบบลงทะเบียน สำหรับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษา และประสงค์จะเข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความทนายความ จะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกปีนี้ และเฟสที่สองระบบแพลตฟอร์มดิจิตอล คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสสามของปี

ดร.วิเชียร กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่า หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สร้างแพลตฟอร์มดิจิตอล เพื่อยกระดับการให้บริการและเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ว่าจะเป็น Thai ID เอกสารหนังรับรองนิติบุคคล ฯลฯ เราในฐานะที่เป็นองค์กรสำคัญ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์ม ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เมื่อเป็นดิจิทัลกันแล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อกันได้ ประชาชนจะได้ประโยชน์ และสมาชิกสภาทนายความ จะได้ประโยชน์ ประเทศชาติจะได้ประโยชน์ เราในฐานะองค์กรผู้ใช้กฎหมายต้องเป็นผู้นำในการนำเครื่องมือทางกฎหมายมาใช้ให้เป็นรูปธรรม

สำหรับแพลตฟอร์ม ระบบ D-lawyer มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการที่ทนายความทั่วประเทศ สามารถขอเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีในศาล เช่น ขอทะเบียนราษฎร์จากกรมการปกครอง ขอเอกสารสิทธิจากกรมที่ดินเป็นต้น โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นทางเลือกในการดำเนินการ เพื่อลดภาระที่ทนายความต้องเดินทางไปขอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐ โดยสภาทนายความประสงค์ที่จะพัฒนาระบบยืนยันตัวตนทนายความและตรวจสอบสถานะใบอนุญาตทนายความ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทนายความจะสามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มได้โดยแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางส่งข้อมูลคำขอจากทนายความไปยังหน่วยงานของรัฐ และเมื่อหน่วยงานของรัฐได้ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กลับมา เมื่อทนายความพิมพ์เอกสารดังกล่าวออกมาแล้ว จะสามารถใช้เอกสารที่พิมพ์ออกมาได้อย่างเอกสารต้นฉบับ

ดร.วิเชียร กล่าวเสริมว่า ระบบดังกล่าวกำลังอยู่ขั้นพัฒนาคาดว่าในเดือนนี้จะสามารถเปิดโอกาสรับสมัครผู้ต้องการสอบใบอนุญาตทนาย และการประกาศผลการสอบ และช่วงกลางปีจะพัฒนาระบบด้านการรับรองสถานะทนายความ เพื่อเชื่อมโยงกับศาลยุติธรรม โดยทางคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนาระบบโดยตลอด ทั้งนี้เมื่อระบบได้พัฒนาจนสำเร็จจะมีการแถลงข่าวเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ด้านรศ.ดร.ปกป้อง กล่าวว่า ปัจจุบันคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้ร่วมมือกับสภาทนายความในการพัฒนาแพลตฟอร์ม D-Lawyer ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะให้ความร่วมมือในด้านข้อมูลทางวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมายในปัจจุบันให้มากที่สุด