หลบหนีกว่า 7 ปี สุดท้ายไม่รอด อนุชิต มิจฉาชีพในตำนาน หลอกขายของทิพย์ รับตกใจไม่คิดจะถูกจับ

15.01.25 | 10:57 น.

ผู้การจ๋อ ส่งทีมสืบนครบาล ตามรวบ ‘อนุชิต’ มิจฉาชีพในตำนาน หลอกขายของทิพย์ โกงผู้เสียหายหลายร้อยคน หลบหนี 7 ปี มีหมายจับ 8 หมาย


สืบเนื่องจากสืบนครบาลได้รับเรื่องจากผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และได้รับความเดือดร้อน เสียหายกระจายในกลุ่มสั่งสินค้าออนไลน์ ได้ร้องทุกข์เข้ามายังเพจสืบนครบาล IDMB ว่ามีบุคคลชื่อ นายอนุชิต มีพฤติการณ์ใช้เฟซบุ๊กโพสต์หลอกขายสินค้าตามกลุ่มสินค้าไอทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา กล้องโกโปร เลนส์กล้อง เครื่องเล่นเกม สินค้าไอทีต่างๆ โดยบุคคลดังกล่าวใช้ชื่อเฟซว่า “อนุ ชิต” “Vasabii Siccy” “Kat Kedsara” “Therapong Nu Wanichakul”

จากการตรวจพบว่า ผู้เสียหายได้มีการรวมกลุ่มกว่า 200 คน ในการแจ้งเบาะแส ซึ่งนายอนุชิตได้กบดานหลบหนี การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่หลายปี พบว่ามีหมายจับติดตัวทั้งหมด 8 หมาย และมีประวัติการถูกจับกุมเมื่อปี 2562 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมทางออนไลน์ที่สร้างเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก

Advertisement

เมื่อวันที่ 15 มกราคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส. นำโดย พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.

ได้จับกุมตัว นายอนุชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.521/2566 ลงวันที่ 19 พ.ค.66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” จากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับในระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังพบว่า นายอนุชิตยังมีหมายจับอีกจำนวน 7 หมายจับ

เนื่องด้วยทางเจ้าหน้าที่สืบนครบาลได้รับเรื่องร้องทุกข์ว่ามีบุคคลตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และได้รับความเดือดร้อน เสียหายกระจายในกลุ่มสั่งสินค้าออนไลน์ซื้อ-ขายมือถือ คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพ เลนส์กล้อง เครื่องเล่นเกม รวมถึงขายสินค้าทางไอทีต่างๆ มากมาย แต่ไม่ได้รับสินค้า จากมิจฉาชีพที่แฝงตัวขายสินค้าในกลุ่มภายหลังการโอนเงินสำเร็จ เหยื่อจำนวนมากไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพรายดังกล่าวได้ อีกทั้งชุดจับกุมเมื่อได้ทราบถึงความทุกข์ เดือดร้อน เป็นภัยทางสังคมออนไลน์ ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งหาตัวผู้ต้องหา และตรวจสอบข้อมูลในระบบพบว่ามีหมายจับติดตัวจำนวนมาก และมีประวัติการถูกจับกุมเมื่อปี 2562 ยังเป็นบุคคลอันตราย ที่สังคมให้ความสนใจในกลุ่มผู้ซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ ที่ตกเป็นเหยื่อระยะเวลายาวนานถึง 7 ปี แม้ว่าประชาชนลงประกาศแจ้งเตือนเป็นบุคคลอันตราย ก่อภัยร้ายแรงต่อทรัพย์สินของประชาชนฯ เมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบแหล่งหลบซ่อนตัวและสถานที่พักอาศัยจึงติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดใน 7 วัน เมื่อเห็นพฤติการณ์ และอัตลักษณ์ที่ชัดเจน ในภาพถ่ายบนการโพสต์ประกาศขายสินค้า ขายราคา 15,000 บาท จึงทำการวิเคราะห์ข้อมูล เฝ้าติดตามใน 24 ชั่วโมง จนมั่นใจในหลักฐานที่ปรากฏตามภาพถ่ายคู่สินค้าดังกล่าวฯ ทีมชุดจับกุมออกเดินทางจากกรุงเทพฯเพื่อมุ่งหน้าถึงปลายทาง จ.ขอนแก่น เมื่อถึงเวลาตามกำหนดจึงเข้าพิสูจน์ทราบยังแหล่งที่หลบซ่อนตัวในเวลา 11.00 น. เมื่อบุคคลดังกล่าวมีอัตลักษณ์ที่ตรงตามหน้าหมายจับกุม เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวพร้อมทั้งอ่านหน้าหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.521/2566 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2566

ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกระทำโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งของมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” จับกุมได้บริเวณหน้าห้องพัก ชั้น 15 ภายในคอนโดหรู ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ในชั้นการจับกุม ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา ให้การรับว่าตนคือบุคคลตามหน้าหมายจับจริง และค่อนข้างตกใจในการจับกุมครั้งนี้ เพราะตนหนีมา 7 ปี นับจากปี 2019 เป็นต้นมา ไม่คิดว่าตนจะมีหมายจำนวนมาก คิดว่าอำพรางตนในสถานที่นี้คงยากต่อการหาตัว เพราะยอมรับว่าใช้ชีวิตแทบไม่ออกไปไหน แต่ก็ยังถูกจับจนได้ยอมรับสืบผมเก่งมาก ไม่คิดว่าจะถูกจับกุม

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาเดินทางมาเพื่อทำการลงบันทึกจับกุมที่สืบนครบาล กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ และส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ กล่าว่า บุคคลดังกล่าวถือว่าเป็นภัยสังคมในโลกออนไลน์ ก่อเหตุต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นจำนวนมาก และอยากขอฝากเตือนประชาชนในการซื้อของออนไลน์ ให้ตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน เลือกซื้อของจาก Official store หรือแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้ อย่างเช่น Shopee, Lazada

ตรวจสอบบัญชีผู้โอน โดยนำเลขที่บัญชีหรือชื่อของผู้ขายไปค้นหาบน Google เพื่อที่จะหาประวัติว่าเคยมีคนโพสต์เกี่ยวกับการฉ้อโกงในการซื้อของหรือไม่ เก็บหลักฐานการโอนเงินไว้เสมอ สุดท้ายหากตกเป็นเหยื่อ ขอให้รีบโทรแจ้งศูนย์ AOC 1441