รวบเพิ่มอีก 1 บช.ม้าเเก็งคอล หลอก2ย่าหลานสูญเงิน 3.4 ล้านบาท

15.01.25 | 12:15 น.

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 15 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.ประจำ (สบ6)ฯ รรท.ผบก.สอท.1 และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 รรท.ผบก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์จับเพิ่มอีก 1 ผู้ต้องหาคดีคอลเซ็นเตอร์หลอกเยาวชนอายุ 17 ปี และย่า สูญเงิน 3.4 ล้านบาท ย้ำสืบจับต่อที่เหลือ ไม่ปล่อยผ่าน


พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ กก.1 บก.สอท.3 ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเยาวชนอายุ 17 ปี และย่า สูญเงิน 3.4 ล้านบาท รวม 9 ราย ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้ติดตาม จับกุมได้แล้ว 2 ราย คือ นายภีมากร (สงวนนามสกุล) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.67 และ น.ส.กรรณิกา (สงวนนามสกุล) เมื่อวันที่ 6 ม.ค.68 จับกุมได้ที่จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

กระทั่งวันที่ 14 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวเพิ่มอีก 1 ราย ได้แก่ นายมารุด (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาบัญชีม้าแถวที่ 3 โดยจากการสืบสวนทราบว่า นายมารุดได้หลบหนีไปอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ จึงวางแผนจับกุมแต่ไม่พบตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายมารุดจะเดินทางกลับไปที่ จ.นครราชสีมาโดยรถยนต์ จึงประสาน สภ.บ้านปรางค์ ตรวจสอบและสกัดรถคัน ดังกล่าว จนกระทั่งสามารถสกัดรถยนต์ต้องสงสัยไว้ได้

จากการตรวจสอบภายในรถพบชาย 2 คน และหญิง 1 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ นายมารุด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจด้วยการขู่เข็ญ, ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์กล่าวอีกว่า คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงย่าและหลานชายวัย 17 ปี โอนเงินกว่า 3.4 ล้านบาท นั้นตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 9 ราย รวมจับกุมได้แล้ว 3 ราย ยืนยันผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีตำรวจไซเบอร์ไม่ปล่อยผ่านแน่นอน จะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี อีกทั้งคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับคดีของ น.ส.ชาล็อต ออสติน ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มจีนเทาที่ไปตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่ประเทศกัมพูชา เราจึงต้องมีการขยายผลและต้องดำเนินการเกี่ยวกับความมั่นคง ก็จะต้องมีการเข้าพูดคุยเจรจากับฝั่งของประเทศกัมพูชาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป