DSI เข้าให้ปากคำเพิ่ม ปมเอกสายไหมต้องรอดหมิ่นประมาท

16.01.25 | 17:14 น.

ผอ.กองกฎหมาย ดีเอสไอ ให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กรณี นายเอกภพ สายไหมต้องรอด หมิ่นปมเทวดา DSI ดูแล ดิไอคอน


จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า เมื่อประมาณช่วงปี พ.ศ. 2564 ถึง 2565 มีบุคคลซึ่งนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้กล่าวใส่ความว่า “เทวดา” ในหน่วยงานของรัฐหลายหน่วย ซึ่งหมายความรวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ให้ความคุ้มครองดูแล บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจและอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศ จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับในเรื่องดังกล่าว โดยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ปราศจากพยานหลักฐานอ้างอิงทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับความเสียหายจากการกระทำของบุคคลดังกล่าวกับพวก อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ จึงมอบหมายให้ ผอ.กองกฎหมาย ร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดฐาน หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และมาตรา 328 ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้เชิญนายอำนวยชัย โฆษิตพานิชยกุล ผอ.กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าให้ปากคำและยื่นเอกสารตามที่ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และมาตรา 328

นายอำนวยชัย โฆษิตพานิชยกุล ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.ท.ชัยอนันต์ ไชยบุตร รอง สว.(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอให้มีการดำเนินคดีกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กับพวก ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบริเวณด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ DSI ได้มีการนำเอาภาพข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อฯ มามอบให้พนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจรอให้ทาง DSI ทำการถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของบุคคลดังกล่าวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีใครบ้าง วันนี้จึงถือว่าเป็นการให้ถ้อยคำเบื้องต้น ซึ่งทางตำรวจจะยังไม่เรียกนายเอกภพ เข้าให้ปากคำแต่อย่างใด

Advertisement

โดยมีรายงานจาก DSI ว่าได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกภพ และพวก ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา จึงทำให้ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญให้เจ้าหน้าที่ของ DSI เข้าให้การเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว ตามที่มีการร้องทุกข์ไว้ ส่วนการให้ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ตามกฏหมายแล้วทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ตั้งคำถามเพื่อพิสูจน์องค์ประกอบของการกระทำความผิด ว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไม่ และมีพยานหลักฐานอะไรที่จะมาสนับสนุนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งส่วนใหญ่พนักงานสอบสวนจะมีการตั้งประเด็นคำถามเปิดเพื่อให้ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้อธิบายชี้แจง นอกจากนี้ทาง DSI จะได้มีการเตรียมเอกสารและพยานหลักฐานอื่น อาทิ คลิปวิดีโอ เป็นต้น เพื่อประกอบคำให้การว่าบุคคลดังกล่าวได้มีการพูดจริงหรือไม่ อย่างไร ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ DSI มอบให้ไปพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ พร้อมยืนยันว่าการร้องทุกข์กล่าวโทษของ DSI ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปากแต่อย่างใด เนื่องด้วย DSI ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกระทั่งพิสูจน์ทราบว่าประเด็นดังกล่าวไม่มีมูลความจริงตามที่มีการกล่าวพาดพิง ในเชิงกฎหมายหากดูองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยหลักแล้วจะตรงกันข้ามกับการติชมโดยสุจริต เพราะการติชมโดยสุจริต คือ การพูดด้วยข้อเท็จจริง หรือข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานรองรับในการพูดนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นการพูดที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จะประกอบการพูด และยังเป็นการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก็อาจจะไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงอาจเข้าองค์ประกอบฐานหมิ่นประมาทได้