สืบพหลโยธินจับหนุ่มใหญ่ ตระเวนลักทรัพย์คลินิกเสริมความงาม กวาดแบรนด์เนมเพียบ เสียหายหลายแสน
เมื่อวันที่ 17 มกราคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.ไชยวิชญ์ สุทำเลาหวิจิตร รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.ณัฐวิทย์ วาสิกานนท์ สว.สส. สน.พหลโยธิน ร.ต.ต.บรรจง จันทะพิทักษ์รอง สว.สส.สน.พหลโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธิน ร่วมกันจับกุมนายประเวศ นุสิทธิ์ อายุ 53 ปี
พร้อมของกลาง ธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท 120 ฉบับ ธนบัตรไทย ฉบับละ 500 บาท 15 ฉบับ ธนบัตรต่างประเทศ จำนวน 20 ฉบับ แว่นตายี่ห้อ RAYBAN 1 อัน แว่นตายี่ห้อ CHANEL 1 อัน แว่นตายี่ห้อ PRADA 1 อัน โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO รุ่น FINDN 3 สีดำ 1 เครื่อง เหรียญพระพุทธชินราชเลี่ยมกรอบสีทอง 1 องค์ สร้อยพร้อมจี้ ยี่ห้อ NVLGARI 1 เส้น ต่างหู ยี่ห้อDIOR 1 คู่ พระพิฆเนศเลี่ยมกรอบสีทอง จำนวน 1 องค์ กล่องกระดาษสีเทา VIVIENNE WESTWOOD 1 กล่อง เลสข้อมือ 1 เส้น เงินเหรียญ 10,5,1 บาท รวม 1 ถุง หมวกสีดำ ยี่ห้อ MLB 1 ใบ หมวกสีเทา ยี่ห้อ MLB 1 ใบ กระเป๋าผ้า สีเหลือง 7-ELEVEN 1 ใบ กระเป๋าสะพาย สีดำ ยี่ห้อ THE NORTH FACE 1 ใบ กางเกงขายาวลายทหาร 1 ตัว กางเกงขาสั้น สีดำ 1 ตัว เสื้อยืดแขนสั้น สีขาว 1 ตัว บัตรประจำตัวประชาชนระบุผู้เสียหาย 1 ใบ ถุงมือสีดำ 1 ข้าง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่นGALAXY A14 สีดำ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่นA125 สีน้ำเงิน 1 เครื่อง ซิม SANDISK ขนาด 16 GB 1 อัน ซิม SANDISK ขนาด 64 GB 1 อัน ตั๋วรับจำนำ 1 ใบ กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค สีดำ ยี่ห้อ LENOVO 1 ใบ จับกุมบริเวณ สน.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อ 16 ม.ค.เวลาประมาณ 22.00 น.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ม.ค.2568 ร.ต.อ.จักรกฤช สุวรรณวงศ์ พนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุจาก นพ.สุรการ กาญจนสุกร์ ผู้เสียหายมีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ คลินิกแห่งหนึ่ง ในซอยพหลโยธิน 31 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อทราบเหตุชุดสืบสวนสน.พหลโยธิน จึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้ทำการติดตามสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า ในวันที่ 13 ม.ค. 2568 เวลาประมาณ 21.24 น. พบชายไทยสวมใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินเข้าไปภายในคลินิกสถานที่เกิดเหตุจากประตูด้านหลัง ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้ล็อกกุญแจเอาไว้ และได้ใช้เวลาอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุ ประมาณ 2 ชั่วโมง คือ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 21.24 น. ถึงเวลาประมาณ 23.30 น. ผู้ก่อเหตุได้ทำการรื้อค้นภายในคลินิกสถานที่เกิดเหตุจนได้ทรัพย์สินแล้วจึงได้หลบหนีไป

จากกล้องวงจรปิดผู้ก่อเหตุได้เรียกรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอินโนว่ามีตำหนิสติ๊กเกอร์ Music Gang ติดบริเวณกระจกหลังของรถ บริเวณหน้าสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ใช้เส้นทางหลบหนีไปตามถนนพหลโยธิน ขาเข้า และเลี้ยวซ้ายขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร จากการตรวจสอบกับการทางพิเศษ พบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวที่ผู้ก่อเหตุนั่งไปได้ลงจากทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณทางออก ไบเทคบางนา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจากภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว พบว่าผู้ก่อเหตุลงจากรถแท็กซี่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 109 จากนั้นได้เดินเข้าซอย (ไม่มีชื่อ) ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 74 และเดินเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
จากการตรวจสอบข้อมูลเป็นโรงแรมที่ให้เช่ารายวัน จึงได้เข้าทำการตรวจสอบกับทางโรงแรมสวีทโฮเทลฯโดยได้พบกับ นายชาญยุทธ แสดงตัวเป็นผู้จัดการโรงแรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวพร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบ นายชาญยุทธ ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบบุคคลที่มีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายกับผู้ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ ในเขตพื้น สน.พหลโยธิน เข้ามาเช่าพักที่ห้องเลขที่ 45 โดยเข้าพักตั้งแต่ในวันที่ 14 ม.ค. 2568ทที่ผ่านมา ด้วยความสมัครใจพร้อมให้ความร่วมมือจึงได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบยังห้องดังกล่าวได้พบ นายประเวศ พร้อมด้วยทรัพย์สินตามรายการของกลางดังกล่าวข้างต้น จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งวัตถุประสงค์ให้ นายประเวศ ทราบ ตรวจสอบตำหนิรูปพรรณเบื้องต้นของ นายประเวศมีลักษณะคล้ายกับผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวและจากการสอบถามนายประเวศฯ ให้ข้อมูลและยอมรับด้วยความสมัครใจว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ที่คลินิกจริง ของกลางตามรายการดังกล่าวที่ตรวจพบ เป็นทรัพย์สินที่ตนเองได้เข้าไปลักทรัพย์มาจากพื้นที่ สน.พหลโยธิน จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกก่อเหตุเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2567 เวลาประมาณ 03.00 น.จากคลินิกแห่งหนึ่ง ใน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
และครั้งที่ 2 ในวันที่ 13 ม.ค. 2568 จากคลินิกดังกล่าว จ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณคลินิกแห่งแรก มาก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ก่อเหตุก็มีตำหนิรูปพรรณคล้ายกันกับนายประเวศ นอกจากนี้ยังให้การรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่าก่อนที่จะมาก่อเหตุลักทรัพย์ในเขตพื้นที่ สน.พหลโยธิน ทั้ง 2 ครั้งนั้นตนเองได้นั่งรถเมล์จากพื้นที่สำโรงเหนือมาจนถึงจุดที่ก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง และหลังจากก่อเหตุก็ได้นั่งรถแท็กซี่กลับพื้นที่สำโรงเหนือทั้ง 2 ครั้งเช่นกัน หลังก่อเหตุตนเองได้นำทรัพย์ของกลางที่เป็นเงินสดบางส่วนไปซื้อของกินของใช้ต่างๆและสิ่งของที่เป็นของมีค่าบางส่วนได้นำไปจำนำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว นายประเวศพร้อมได้นำของกลางดังกล่าวมาพิสูจน์ทราบที่ สน.พหลโยธิน โดยความยินยอมและด้วยความสมัครใจของ นายประเวศฯ
จากนั้นจึงได้แจ้งให้ผู้เสียหายทั้ง 2 คดี มาดูและยืนยันของกลางโดยผู้เสียหายทั้ง 2 คดีได้ชี้ยืนยันแจ้งว่า ของกลางดังกล่าวทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของตนที่ได้ถูกคนร้ายลักไปจริงจึงได้ยึดทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นของกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆเพื่อประกอบเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามนายประเวศ และตรวจสอบข้อมูลจากระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบบคราม ทราบว่า นายประเวศได้เคยกระทำความผิดลักทรัพย์และถูกดำเนินคดีในเขตพื้นที่ สน.ลุมพินี เมื่อปี 2565 พ้นโทษจำคุกออกมาเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2568 ไม่กี่วันก็มาก่อเหตุลักทรัพย์ในเขต สน.พหลโยธิน อีก 2 ครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์หรือรับของโจร”พร้อมแจ้งสิทธิให้ทราบบันทึกจับกุมควบคุมตัว พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


