อัจฉริยะ หอบหลักฐานจำลองเหตุ แตงโม ร้องดีเอสไอ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ จี้สอบจนท.รัฐ เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นเรื่องต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ขอให้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีของ น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นักแสดงชื่อดัง ขอให้สืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งมีข้อพิรุธอันเป็นเหตุสงสัยที่เชื่อว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการบิดเบือนพยานหลักฐานกระบวนการยุติธรรมในคดี และพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และในฐานะโฆษกดีเอสไอ
นายอัจฉริยะกล่าวว่า จากการจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือ วันที่ 15-16 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย โดยตนเองได้นำหลักฐานทั้งหมดมาใช้ในคดีใหม่ และมามอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ ทำการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคดีการเสียชีวิตของแตงโม รวมทั้งคนบนเรือ เนื่องจากการสืบสวนส่อในทางไม่สุจริต มีการให้การเท็จ พยานเท็จ มีลักษณะให้ความช่วยเหลือฝ่ายจำเลย เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า วันนี้ขอให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการตั้งเลขสืบสวน อ้างอิงจากคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส และคดีของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ที่เคยรับไว้เป็นคดีพิเศษก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีลักษณะคดีคล้ายกัน ทำให้สามารถเรียกพยานบุคคลมาสอบปากคำได้ ส่วนสาเหตุไม่ไปร้องกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เนื่องจากไม่เชื่อมั่นการทำงานหน่วยงานดังกล่าว เพราะเป็นองค์กรตำรวจ นอกจากนี้ การยังไม่ไปร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะมองว่าต้องการให้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน โดยหากไปร้องทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนก็ไม่มีประโยชน์อะไร บาดแผลแตงโมเกิดก่อนการตกน้ำเสียชีวิต และขาดอากาศหายใจ ซึ่งหมอก็ตอบไม่ได้ว่าการเสียชีวิตเกิดจากอะไร แต่ตำรวจสรุปว่าเสียชีวิตจากการพลัดตกกราบเรือด้านซ้ายโดนใบพัดเรือ ประกอบกับศาลอาญาสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อได้ว่าแตงโมไม่ได้พลัดตกเรือ บาดแผลก็ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ ส่วนเส้นผม 3 เส้นบนเรือก็ไม่น่าเชื่อถือ
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ตนอยากเรียกร้องกระบวนการยุติธรรมเพราะบางคดีอาจมีการตั้งธงไว้ก่อน ทำให้ชาวบ้านไม่ศรัทธา หันไปร้องขอความช่วยเหลือจากเพจ หรือคนที่ช่วยสังคม ทั้งนี้ ตนคาดหวังว่าคดีนี้ต้องมีคนรับโทษ
พ.ต.ต.วรณันเปิดเผยว่า คดีนี้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ มีคดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลซึ่งเป็นสิ่งที่ก้าวล่วงไม่ได้ ส่วนที่ 2 คือ ทางผู้ร้องได้เข้ามาร้องให้สอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เป็นคดีใหม่ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องนำข้อมูลทั้งหมดไปพิจารณา ว่าสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง เนื่องจากคดีนี้เข้าสู่กระบวนการของศาลแล้วทำให้ต้องระมัดระวังตามข้อกฎหมาย และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน รวมถึงดูว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่อะไรที่จะสามารถเข้าไปทำอะไรได้บ้าง สำหรับเรื่องที่นำมาร้องจะใช้เวลาในการพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้เพราะต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้มาก่อน


