เมื่อเวลา 15.10 น.วันที่ 17 ม.ค. ที่ สน.พหลโยธิน พ.ต.อ. เจษฎา สวยสม รักษาราชการแทน ผู้บังคับการ นครบาล 2 แถลง ผลการจับกุม นายประเวศ (สงวนานามสกุล) อายุ 53 ปี หลังก่อเหตุ ลักทรัพย์ ภายในคลินิก ดังย่านจตุจักร 2 ครั้ง กวาดทรัพย์สิน ได้ไปกว่า 1 ล้านบาท
จากการสืบสวนและตรวจกล้องวงจรปิดจึงพบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ ลักทรัพย์ทั้ง 2 คลินิก เป็นคนเดียวกัน ก่อนนำภาพผู้ต้องหาไป ตรวจสอบ พบว่า คนร้าย คนดังกล่าว คือนายประเวศ ซึ่ง เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมาตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธิน และ ตำรวจฝ่ายสืบสวนกรมบังคับการตำรวจนครบาล 2 จึงตรวจสอบเส้นทาง การหลบหนีของคนร้ายพบหลังก่อเหตุคนร้าย เรียกรถแท็กซี่ หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่ ต.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ นำทรัพย์สินของ ผู้เสียหาย ไปจำนำในโรงรับจำนำ และนำเงิน ออกมา เช่า โรงแรมเป็นที่พักอาศัย ตำรวจจึงขออำนาจศาลออกหมายจับ
จากการสอบถาม ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าตนเองเป็นผู้กระทำทั้ง 2 ครั้ง และยังยอมรับอีกว่า ตนเอง พึ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อน ต้องโทษเคยพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.สำโรงเหนือย่าน จ.สมุทรปราการ เมื่อพ้นโทษ เพื่อขอพักอาศัยกับเพื่อนชั่วคราวก่อนหางานทำ แต่ไม่พบเพื่อนทราบว่าได้ย้ายไปแล้ว จึงอาศัยนอน ตามบ้านร้าง เเต่ทนไม่ไหวที่ต้อง อยู่ในบ้านร้างไร้อาหาร น้ำดื่ม จึงตัดสินใจนั่งรถเมล์ จากสำโรงมาย่านบางเขน กรุงเทพมหานคร หวังมาพึ่งพาเพื่อนอีกคน แต่ก็หาไม่เจอ ตัดสินใจเดินเลาะถนนมาเรื่อยๆ และสบโอกาสในช่วงกลางคืน ประมาณ 22:00 น พบกับคลินิกเเห่งหนึ่ง ตรงถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงใช้ ก้อนหินทุบกระจก และปีนเข้าไปขโมยทรัพย์สินไป 190 รายการ จากนั้นนั่งรถแท็กซี่กลับ ต.สำโรงเหนือ ซึ่งหลังจากได้ทรัพย์สินไปแล้วได้นำ ทรัพย์สินบางรายการไปจำนำ แต่เนื่องจาก บัตรประชาชนหมดอายุ ไปแล้วกว่า 2 ปีซึ่ง ขณะอยู่ในเรือนจำเลยไม่สามารถจำนำได้ จึงจ้างคนเร่ร่อนในพื้นที่ จำนำแทน โดยให้ ค่าตอบแทน 500 บาท ได้เงินจากการจำนำทรัพย์สินครั้งนั้น ประมาณ 10,000 บาท นำเงินไปเปิด ห้องพักในโรงแรมและ ซื้อของใช้ส่วนตัว รวมถึง ออฟสาว มาให้บริการ เมื่อเงินใกล้หมด จึงตัดสินใจนั่งรถเมล์เข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง โดยนั่งรถเมล์มาลงที่จุดเดิม (บางเขน) และตะเวนเดินไปเรื่อยๆ กระทั่งมาพบคลินิกอีกเเห่งหนึ่ง บริเวณซอย พหลโยธิน 31 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
แต่ประตูหน้าและหลังถูกล็อค จึงเดินสำรวจดูจนพบว่าประตูเหล็กด้านหน้า ไม่ได้ปิดไว้ เลยตัดสินใจปีนกำแพง ด้านหลังเข้าไป และ งัดประตูลูกบิด เข้าไปภายใน และขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องพัก ของคุณหมอเจ้าของคลินิก ทำการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ชาร์จแบตโทรศัพท์ นั่งรับแอร์เย็นๆ ก่อนรื้อค้นทรัพย์สินไปกว่า 1,300,000 บาท
ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากคลินิกด็อกเตอร์การ เป็นเงินสดเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมาก ตนจึง นำเงินสดดังกล่าว ไปหาความสุขจ่ายค่าห้องพักในโรงแรมรวมถึง และไปเที่ยวใช้บริการอาบอบนวด โดยใช้เงินหมดไปแล้วประมาณ 200,000 บาท แต่ในที่สุดก็ถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ ผู้ต้องหารายนี้ยังระบบดีกว่า รู้สึกสบายใจที่ถูกจับกุมตัวได้แล้ว เพราะการกลับเข้าไปอยู่ในคุก ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะมี ซุกหัวนอน มีอาหารการกิน 3 มื้อ เจ็บไข้ได้ป่วย มีหมอรักษา และที่สำคัญมีเพื่อนฝูงที่เข้าใจ และยอมรับ
ด้านรักษาการ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ระบุว่าจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ต้องโทษในคดีลักทรัพย์ ถูกจำคุกตั้งแต่ ปี 2565 และเพิ่งออกมา ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก่อนออกมาก่อเหตุซ้ำ ซึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่าที่ต้อง ลงมือก่อเหตุอีกเพราะไม่มีที่อยู่อาศัยไม่มีอาหาร ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และ ลำบากกว่าอยู่ในคุก

