ปส.พบพิรุธบัญชี”เบนซ์-แพท-แม่-คนใกล้ชิด”โอนไปบุคคลอื่น จ่อเชิญสอบ ติดใจเงินล้านกว่านางเอกสาวให้แจงเพิ่ม

20.03.17 | 12:39 น.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.จับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ก่อนจะขยายผลกระทั่งสามารถจับกุมนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ให้การซัดทอดว่าหนึ่งในทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้นนำไปไว้ที่นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีของนางเอกสาว แพท ณปภา ตันตระกูล ก่อนที่ภายหลังนายอัครกิตติ์จะถูกแจ้งข้อหาฟอกเงินและสมคบการฟอกเงิน ต่อมา น.ส.ณปภา และแม่นายอัครกิตติ์เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน บช.ปส. เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา หลังตำรวจพบเงินในบัญชีสูงผิดปกตินั้น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 มีนาคม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.เปิดเผยว่าได้รับข้อมูลจากฝ่ายสอบสวนหลังตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของ น.ส.ณปภา และมารดาของนายอัครกิตติ์ รวมไปถึงพยานปากอื่นที่เกี่ยวข้องยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินที่เคลื่อนไหวในบัญชีทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบบัญชีนายอัครกิตติ์และคนใกล้ชิดพบว่ามีการโอนเงินไปยังกลุ่มบุคคลอื่นอีกหลายบุคคลรวมแล้วมีจำนวนหลักล้านบาท จึงเตรียมเชิญบุคคลที่ปรากฏชื่อรับโอนเงินต่อมาสอบถามข้อมูลแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารการให้ปากคำของพยานทั้งหมด และยังต้องเรียกเอกสารทางการเงินจาก น.ส.ณปภา เพิ่มเติมอีก ซึ่งจะต้องเชิญ น.ส.ณปภามาให้ปากคำเพิ่มหรือไม่นั้น ทางฝ่ายสอบสวนคงจะพิจารณา โดยประเด็นที่ฝ่ายสอบสวนยังติดใจเป็นยอดเงินในบัญชีของ น.ส.ณปภา ประมาณ 1 ล้านเศษ แต่ขณะเดียวกันเพื่อให้การดำเนินการเร็วขึ้น น.ส.ณปภาสามารถยื่นเอกสารมายังพนักงานสอบสวนได้เลยทันที ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ทันครบกำหนดฝากขังนายไซซะนะ แก้วพิมพา และผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวแน่นอน แต่คงยังไม่ใช่ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวเพิ่มว่า ส่วนประเด็นเรื่องเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาทในบัญชีของ น.ส.ณปภานั้นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ซึ่งเป็นยอดเงินที่มีกระแสข่าวเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าตำรวจดำเนินคดีด้วยความระมัดระวังและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน