ฝากขัง เก๋งหัวร้อน ชนไรเดอร์ดับ เจ้าตัวกุมขมับร้องไห้ พบเป็นคนอารมณ์ร้อน ตร.แจงข่าวลือผู้ต้องหาไม่ขอประกันตัว ยันตร.ค้านประกันอยู่แล้ว
จากกรณี นายเสรี เศรษฐีนามวงศ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากกรณีขับรถพุ่งชนไรเดอร์เสียชีวิตบริเวณปากซอยสุขุมวิท 10 ถูกคุมตัวที่ สน.ลุมพินี ต่อมาพ่อและบรรดาญาติ หิ้วชาแขกเข้าเยี่ยมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น
ต่อมาเวลา 11.00 น. ตำรวจได้คุมตัวนายเสรีไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและขับรถโดยประมาท
โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่คุมตัวนายเสรีออกจากห้องคุมขัง เพื่อเดินไปยังรถควบคุมผู้ต้องหาที่จอดอยู่ข้างโรงพักนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าตัวถึงสาเหตุของการกระทำครั้งนี้ รู้สึกผิดหรือไม่ และอยากพูดขอโทษถึงครอบครัวคนตายบ้างหรือไม่ เจ้าตัวไม่ตอบอะไร ได้แต่สะอื้นออกมา ก่อนขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไป แล้วนั่งร้องไห้โฮ กุมขมับตัวเอง

ส่วนทางคดี พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยการฝากขังผู้ต้องหาวันนี้ พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เพราะมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนจากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล ไม่ให้การใดๆ เลย โดยตลอดการสอบปากคำ มีทนายความอยู่ด้วย
โดยจากพฤติการณ์พบว่า ผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิตมีปากเสียงกันมาก่อนบริเวณใกล้แยกอโศก จนมาถึงประมาณสุขุมวิทซอย 10 ผู้เสียชีวิตได้ขับรถมาขวางรถผู้ก่อเหตุและมีการขับรถเฉี่ยว 1 รอบ และผู้เสียชีวิตทับกระจกไป 1 ครั้ง จากนั้นผู้ต้องหาออกมาจากรถและทำร้ายไปที่ตัวผู้เสียชีวิต จากนั้นผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์หนีไป และผู้ก่อเหตุขับตาม จนเกิดการเฉี่ยวชนบริเวณปากซอยสุขุมวิทซอย 8 ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่ามีการยกมือไหว้หรือไม่ แต่ผู้เสียชีวิตพยายามที่จะออกจากที่เกิดเหตุแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุยังคงขับรถติดตามมา
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบจากการสอบสวนพบอีกว่า ผู้ก่อเหตุ ดูแล้วเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก แต่ไม่มีประวัติเกี่ยวการรักษาอาการป่วยใดๆ และไม่พบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกาย
ส่วนครอบครัวผู้ก่อเหตุทราบว่า เมื่อวานนี้ได้มีการพูดคุยกับภรรยาผู้เสียชีวิต คาดว่าจะมีการพูดคุยเรื่องการรับผิดชอบ ส่วนตัวของผู้ก่อเหตุสำนึกหรือมีความรับผิดชอบหรือไม่นั้น พล.ต.ต.วิทวัฒน์บอกว่า “เขายังนิ่ง ไม่พูดอะไรถึงเรื่องการรับผิดชอบ ส่วนจะไปกราบศพหรือไม่ ก็ยังไม่ทราบ”

และในคดีนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กำชับให้ทำตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จึงอยากให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตสบายใจได้ และจากการที่ตัวเองได้พูดคุยกับภรรยาผู้เสียชีวิตในวันนี้ ก็ได้ให้คำยืนยันชัดเจนว่า เรื่องของคดีความก็เป็นอีกเรื่องนึง ไม่เกี่ยวกับการเยียวยา เพราะจะดำเนินคดีถึงที่สุดอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เป็นกังวลคือผู้เสียชีวิตเป็นกำลังหลักของครอบครัว มีลูกทั้งหมด 4 คน อยู่ในวัยเรียน 3 คน และวัยทำงาน 1 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตจะต้องหาเลี้ยงครอบครัวทั้งหมด 7 คน หลังจากนี้ก็จะต้องเป็นเรื่องที่ครอบครัวต้องแบกรับภาระ ส่วนเรื่องของความเดือดร้อนของทางครอบครัวหลังจากนี้ ทางตำรวจยินดีเข้าไปให้การช่วยเหลือตลอดเวลา
ส่วนกระแสข่าวลือในโซเชียลที่ผู้ต้องหาไม่ต้องการให้ประกันตัวนั้น ตัวเองยังไม่ทราบ เพราะยังไงตำรวจก็คัดค้านการประกันตัวอยู่แล้ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังได้เข้ามาเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้ตรวจรถเก๋งของนายเสรี และรถจักรยานยนต์ของนายฤทธิศักดิ์ด้วย


