ครอบครัวร่ำไห้ รับศพไรเดอร์ เหยื่อเก๋งหัวร้อน ลูกสาวใจสลาย ลั่นไม่ให้อภัย พ่อคือโลกทั้งใบของหนู

22.01.25 | 15:43 น.

ครอบครัวร่ำไห้ รับศพไรเดอร์ เหยื่อเก๋งหัวร้อนชนดับ ลูกสาวใจสลาย ลั่น ไม่ให้อภัย พ่อคือโลกทั้งใบของหนู

จากกรณี นายเสรี เศรษฐีนามวงศ์ อายุ 30 ปี ลูกชายเจ้าของร้านขายผ้าแห่งหนึ่ง ขับรถเก๋งไล่ชนนายฤทธิศักดิ์ ประคุปตานนท์ อายุ 49 ปี คนขับไรเดอร์เสียชีวิต บริเวณริมทางเท้า ซ.สุขุมวิท 10 ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังจากก่อนหน้านี้นายเสรีได้ขับรถเฉี่ยวชนนายฤทธิศักดิ์ แต่ไม่ยอมลงมาเจรจา นายฤทธิศักดิ์จึงขับรถไล่ตาม แต่กลับถูกนายเสรีทำร้ายร่างกาย จนนายฤทธิศักดิ์ต้องยกมือไหว้ และพยายามที่จะขี่รถหนี แต่นายเสรีแค้นใจ ขับรถไล่ตามต่อ ก่อนพุ่งชนจนนายฤทธิศักดิ์เสียชีวิต

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่นิติเวช รพ.จุฬา น.ส.สายใจ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ภรรยา พร้อมกับลูก และเพื่อนร่วมงานของไรเดอร์ผู้เสียชีวิตเดินทางมารับศพ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ลูกสาวคนที่ 2 ของนายฤทธิศักดิ์ร้องไห้ออกมาทันทีหลังจากที่เจ้าหน้าที่เข็นร่างที่ไร้ลมหายใจออกมา โดย น.ส.สายใจได้จุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างขึ้นรถ

สำหรับพิธีฌาปนกิจ จัดขึ้นที่ศาลาสุขเหมือน วัดคลองเตยใน

Advertisement

ต่อมา เวลา 14.00 น.วันที่ 22 ม.ค. ที่วัดคลองเตยใน น.ส.สายใจ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ภรรยาของนายฤทธิศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ไรเดอร์ที่เสียชีวิต พร้อมกับน้องแพท อายุ 23 ปี และน้องพั้นช์ อายุ 19 ปี ลูกสาวคนโตและลูกสาวคนที่ 2 ได้จัดเตรียมศาลาตั้งศพ คนในครอบครัวได้นำร่างของนายฤทธิศักดิ์มาตั้งกลางศาลา เพื่อรอทำพิธีรดน้ำศพในช่วงเวลา 16.00 น. โดยน้องแพท อายุ 23 ปี และน้องพั้นช์ อายุ 19 ปี ได้คอยจัดแจงและดูความเรียบร้อยร่างของพ่อไม่ห่าง

น้องพั้นช์ ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดใจทั้งน้ำตาว่า วันนี้คงเป็นห่วงเรื่องคดี เพราะอยากให้พ่อได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก ในฐานะคนเป็นลูก รับไม่ได้ ส่วนวันนี้ตอนที่ได้มองร่างของพ่อ ก็ได้บอกกับพ่อไปว่า “ขอให้พ่ออโหสิกรรมให้กับหนู ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูได้ทำผิดพลาดหรือได้ทำไม่ดีกับพ่อ หนูอยากขอโทษพ่อและสัญญาว่าจะดูแลน้อง พี่สาวและแม่ ขอให้พ่อไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ให้หลับให้สบาย”

ตนได้ดูคลิปตอนที่เกิดเหตุก็รู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าเขาจะทำกับพ่อตนได้ขนาดนี้ มันรุนแรงมากเกินไป ตนไม่อยากจะจับโทรศัพท์มาดูเลย ตนเสียใจมาก อยากให้เขานึกถึงคนเป็นพ่อ มีลูก หรือคนที่มีครอบครัว พ่อของตนเป็นเสาหลักของบ้าน และในอนาคตเขา เขาก็ต้องมีลูก เขาไม่สงสารพวกตนบ้างเหรอว่าจะรู้สึกยังไง

“หนูยินดีถ้าหากครอบครัวของอีกฝ่ายจะมากราบขอขมาศพพ่อ แต่ก็ขอไม่พูดอะไรมาก ถึงว่าแม้เขาจะมาขอขมาศพพ่อวันนี้ แต่หนูไม่สามารถให้อภัยและอโหสิกรรมให้เขาได้ เพราะพ่อเป็นโลกทั้งใบของหนู เมื่อวานนี้ตอนที่หนูเรียนอยู่ พอรู้ข่าว ความรู้สึกเหมือนโลกมันถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาหนู มันไม่มีใครทำใจได้ เพราะมันกะทันหันมาก ตอนเช้าพ่อหนูยังให้ตังค์มาโรงเรียน แล้วบอกว่าให้ตั้งใจเรียนและยังถามเรื่องสอบมหา’ลัยอยู่เลย”

น้องพั้นช์ยังพูดถึงความประทับใจในตัวของพ่อด้วยว่า พ่อตนเป็นฮีโร่ทุกอย่าง ยอมเหนื่อย ยอมทำงานหนักเพื่อให้ลูกทุกคนสบาย พ่อเขาจะลำบากแค่ไหน ลูกเขาต้องสบายทุกคน ได้เรียนหนังสือ ไม่ให้พวกหนูอายใคร พ่อสนับสนุนพวกหนูตลอด ทำงานวิ่งไรเดอร์เป็นหลัก เริ่มวิ่งงานตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ก็ต้องให้กำลังใจคนที่ยังอยู่กันไป เดี๋ยวทุกอย่างมันจะผ่านไป

ทั้งนี้ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีลางสังหรณ์อะไร มีแค่พ่อเจ็บขา แล้วบอกจะไปหาหมอ พ่อก็มาพูดแซวว่า ต้องตัดขาแล้ว อยู่ไม่ได้แน่เลย จนถึงวันนี้ตนนอนไม่หลับเลย หลับตาทีไรก็คิดถึงแต่หน้าพ่อตลอด น้องชายคนเล็ก อายุ 8 ปี พอกลับบ้านไป เขาก็ถามหาแต่พ่อ และเมื่อพวกเราบอกความจริงไป น้องก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก