แจ้งความ ‘มือเผา’ ใบอ้อยเซลฟี่แล้ว เจ้าตัวอ้างไม่รู้เพิ่งทำปีแรก ที่โพสต์เฟซแค่ขอบคุณช่วยดับ

25.01.25 | 17:41 น.

หนองบัวลำภูพ่อเมืองสั่ง ปภ.และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แจ้งความดำเนินคดีหญิงมือโพสต์ขอบคุณพี่น้องที่มาช่วยดับ ขณะมือเผา-มือโพสต์ ยอมรับถือว่าเป็นบทเรียน ไม่ขอทำอีก พร้อมเตือนเพื่อนเกษตรกร อย่าหาทำ


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 มกราคม นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผวจ.หนองบัวลำภู นายเพทาย จรกระโทก นายอำเภอศรีบุญเรือง สั่งการให้ นายประเสริฐ นิมมานสมัย หน.สนง.ปภ.หนองบัวลำภู นายศักรินทร์ โพธินาม นายสมมาตร ไทรทอง ปลัดอำเภอศรีบุญเรือง ร่วมกับ รองนายก อบต.ทรายทอง กำนัน ผญบ.บ้านกุดแข้ จนท.สาธารณสุขอำเภอศรีบุญเรือง จนท.สธ.รพ.สต.บ้านทรายมูล ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วย ร.ต.อ.นิติพัฒน์ จงดา ร้อยเวร สภ.ศรีบุญเรือง ร.ต.อ.ยงยุทธ แสงนิล ชุดสืบสวนและทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีมีผู้โพสต์การเผาใบอ้อยในสื่อโซเชียล

อ่านข่าว 

– วิจารณ์สนั่น หญิงโพสต์อวด จุดไฟเผาอ้อย เพลิงโหมกระหน่ำ ยิ้มกริ่มบอกเตรียมลงไร่
ลูกสาว หญิงโพสต์อวดจุดไฟเผาอ้อย เปิดใจหลังถูกทัวร์ลง สำนึกผิด แจงเผาตามคนในหมู่บ้าน

Advertisement

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้โพสต์คือ นางพุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี อยู่ที่หมู่บ้านกุดแข้ ต.ทรายทอง เป็นเจ้าของไร่อ้อยดังกล่าว โดยไร่อ้อยที่เกิดเหตุอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ห่างหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง เป็นการจุดไฟเผา ใบอ้อยที่เหลือในพื้นที่หลังการเก็บเกี่ยว ไม่ได้เผาต้นอ้อยแต่อย่างใด พื้นที่ประมาณ 2.8 ไร่ โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. แต่หลังเกิดเหตุ ไม่สามารถดับได้เอง จึงขับรถเข้าไปตามญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านในหมู่บ้าน เพื่อมาช่วยดับไฟ หลังไฟดับจึงได้โพสต์ขอบคุณชาวบ้านที่มาช่วยดับไฟทางสื่อโซเชียลเฟซบุ๊ก

คณะเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจึงได้ดำเนินการแจ้งเจ้าของพื้นที่ผู้ที่เป็นผู้จุดไฟว่า เหตุการณ์เผาไร่อ้อย หรือพื้นที่ตอซังหลังเก็บเกี่ยว เป็นความผิดตามกฎหมายและฝ่าฝืนข้อสั่งการการห้ามเผาในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดหนองบัวลำภู มีโทษต้องถูกดำเนินคดี และจำเป็นต้องดำเนินการแจ้งความ โดยมอบหมายให้ อบต.ทรายทองผู้เป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู

ทั้งนี้ระหว่างเดินทาง คณะได้พบเหตุการณ์เผาตอซังขึ้นอีก จำนวน 4 แปลง เป็นลักษณะความผิดซึ่งหน้า รวมแปลงที่แจ้งความวันนี้ 5 แปลง จึงได้สั่งการให้ อบต.ทรายทองเข้าแจ้งความดำเนินคดีภายในวันนี้ต่อไปทั้งหมดที่มีการเผา ซึ่งลักษณะของความผิดที่กระทำ เป็นการก่อให้เกิดมลพิษทางด้านสาธารณสุข อัตราโทษปรับไม่เกิน 14,000 บาท

ด้าน นางพุทธ (สงวนนามสกุล) กล่าวว่า ตัวเองไม่รู้ ถ้ารู้ก็คงไม่ทำ และต้องขอโทษพี่น้องประชาชนและสังคมด้วย ที่ตนเองได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กนั้นก็เพื่อจะขอบคุณผู้มาช่วยดับไฟ แต่ด้วยความไม่รู้กฎหมาย เมื่อผิดก็ยอมรับผิดทุกอย่าง พร้อมทั้งขอโทษสังคมด้วย เพราะว่าตนเพิ่งมาทำไร่อ้อยปีแรก ไม่เคยทำมาก่อน แต่ก่อนก็ให้คนอื่นทำ เห็นคนอื่นเผาได้ก็เลยเผา ต่อไปจะไม่ทำ จะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งฝากเตือนเพื่อนๆ เกษตรกร อย่าได้ทำอย่างที่ตนทำเนื่องจากเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย หากจะทำการเกษตรก็ขอให้ใช้วิธีการอื่นแทน

ด้าน นายศักรินทร์ โพธินาม ปลัดอำเภอศรีบุญเรือง หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอ ได้แจ้งกำชับกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและท้องถิ่น ให้มีการประกาศกำชับในเรื่องของการเผาอ้อยหรือป่า เนื่องจากส่งผลกระทบต่อมลพิษทางอากาศทำให้เกิดค่าฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศอยู่ในขณะนี้ ให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ต่อเนื่อง เพื่อลดการเผาและหากพบว่ามีการเผาเกิดขึ้น ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากท้องถิ่นไม่แจ้งความดำเนินคดีก็ถือว่าละเลย ทางอำเภอสามารถแจ้งความดำเนินคดีแทนได้