ย้อนตำนานลวงโลก สมพงษ์ เลือดทหาร จากแท็กซี่ฮีโร่ สู่ผู้ต้องหาคดีตุ๋น

26.01.25 | 18:11 น.

ย้อนตำนานลวงโลก สมพงษ์ เลือดทหาร จากแท็กซี่ฮีโร่ สู่ผู้ต้องหาคดีตุ๋น

หากนึกถึงเรื่องราวลวงโลกในประเทศไทย จะขาด สมพงษ์ เลือดทหาร อดีตคนขับแท็กซี่ผู้อื้อฉาวไปไม่ได้

โดยเรื่องของนายสมพงษ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2540 เริ่มจากมีชายอ้างว่าชื่อวิโรจน์ เป็น รปภ.ของสนามบินดอนเมือง โทรศัพท์ไปยังวิทยุที่ชอบโหมสร้างคนดี แล้วออกอากาศสด บอกเล่าเรื่องราวที่ได้พบเห็นแท็กซี่ผู้ซื่อสัตย์ นำกระเป๋าเดินทางพร้อมทรัพย์สินจำนวนมากของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่ลืมไว้บนแท็กซี่มาคืนที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่ชายฝรั่งคนดังกล่าวกำลังนั่งร้องไห้ด้วยนึกว่าทรัพย์สินสูญหายไปหมดสิ้นแล้ว

“ทรัพย์สินมีค่ามากมาย โดยเฉพาะเช็คเงินสดที่เขียนไว้ที่มุมเช็คด้วยว่า ขึ้นเงินสดได้เลยกว่า 19 ล้านบาท”

แต่แท็กซี่ใจงามไม่ยอมฮุบเอาไว้ กลับนำมาคืนผู้โดยสารคนดังกล่าว ทำเอาชายชาวฝรั่งต่างชาติดีอกดีใจอย่างที่สุด

Advertisement

จากนั้นชื่อเสียงของนายสมพงษ์ เลือดทหาร แท็กซี่ฮีโร่ก็กระหึ่มไปทั่ว สื่อมวลชนสัมภาษณ์ยกย่องกันใหญ่ หลายหน่วยงานมอบโล่ มอบรางวัล ยกย่องเป็นผู้ซื่อสัตย์แบบอย่างของสังคมไทย

ต่อมาหนังสือพิมพ์ข่าวสดได้เข้ามาตรวจสอบหาความจริง โดยต้องฝืนกระแสสังคมที่กำลังเห่อไปกับคนดี!

ทั้งนี้ เพราะข่าวสดพบสิ่งผิดปกติมากมาย เช่น อ้างว่าเป็นเช็คเงินสดเขียนไว้ด้วยว่าขึ้นเงินได้เลย รวมถึง รปภ.วิโรจน์ที่โทรศัพท์ไปเล่าเรื่องทางวิทยุก็ไม่ปรากฏตัวตน

จากนั้นเมื่อนำเทปเสียง รปภ.วิโรจน์ กับเสียงสัมภาษณ์สื่อของนายสมพงษ์มาเทียบเคียงกันก็พบว่าเหมือนกันมาก เพียงแต่เสียง รปภ.วิโรจน์จะบี้แบนกว่า

จากการตรวจสอบยังพบว่า นายสมพงษ์เคยมีวีรกรรมด้วยการไปหลอกแต่งงานกับหญิงสาวรายหนึ่ง มีการจัดพิธีวิวาห์ใหญ่โต โดยบอกกับฝ่ายหญิงและครอบครัวว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อฝ่ายหญิงถามว่าเป็นตำรวจสังกัดที่ไหน ก็ตอบว่า “สังกัด สน.ทั่วไป”

“ข่าวการหลอกสาวแต่งงานได้รับการตีพิมพ์พร้อมภาพถ่ายหลักฐานงานแต่งงานดังกล่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด จนทำให้สังคมต้องฮือฮาและเริ่มเห็นความจริง”

ต่อมาเมื่อข้อเท็จจริงของแท็กซี่ฮีโร่ถูกขุดคุ้ยจนประจักษ์ชัดจึงถูกแจ้งความดำเนินคดี และยอมรับสารภาพกับตำรวจแต่โดยดีว่าตนเองสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งหมด เพราะอยากดัง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่

แล้วก็ยอมรับโทษจากความผิดที่ก่อขึ้นแต่โดยดี

โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2540 สมพงษ์ ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน แต่ด้วยความประพฤติที่เรียบร้อยเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้สมพงษ์ติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน และศาลยังพิพากษาให้คืนเงินรางวัลที่ได้รับมาจำนวนเงินประมาณ 200,500 บาท