เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (บก.ภ.จว.อุบลราชธานี) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เดชา ชวยบุญชุม ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.บช.ก. พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ผบช.ศรภ.) พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางตรวจสอบติดตามการดำเนินคดี ในคดีอาญาที่ 5/2559 ของกองกำกับการ 3 บก.ปทส. ที่กล่าวหาวัดหนองกินเพล หมู่ 3 บ้านหนองกินเพล ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา นายสมพงษ์ สุขนา หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.13 โคกน้ำคำ ห้วยเซกา ร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่าวัดหนองกินเพลได้ยึดครอบครองที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นที่ดินที่มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ โดยครอบครองตั้งแต่ปี 2552 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 39 ตร.ว. มูลค่าความเสียหาย 2.2 แสนบาท และจากการสืบสวนพบว่าวัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่พบพระพุทธรูปใส มีการสลักฐานพระว่าวัดพระธรรมกาย และข้าวของเครื่องใช้ เช่นถังขยะก็มีการเขียนชื่อวัดพระธรรมกายด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกาศเชิญชวน ร่วมบวชปฏิบัติธรรมภายใต้การสนับสนุนของวัดพระธรรมกาย ชัดเจนว่าวัดนี้เป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกาย
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าวัดหนองกินเพลก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2440 เดิมทีมีเนื้อที่เพียง 9 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ.2532 ได้รับบริจาคที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 3 ไร่ จากนายจุ้ย อ่างคำหงษ์ ราษฎรบ้านหนองกินเพล ที่ถวายให้วัดเพื่อใช้ในกิจการของวัด แต่จากการตรวจสอบก็ไม่พบต้นขั้วเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ แต่อยู่ในครอบครองของวัดหนองกินเพล ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ อาคารอนุสรณ์ อ.ส.ม.ปี 2545 เป็นอาคาร 2 ชั้น สำหรับเป็นที่พักสงฆ์และจัดเก็บพระไตรปิฎก สร้างกุฏิไม้ 10 หลัง ห้องน้ำรวม 2 หลัง ปลูกสร้างแท็งก์น้ำ เสาไฟฟ้า และเสาวิทยุอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่ตรวจสอบสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานีทราบว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ประกาศเป็นวัดตั้งแต่ปี 2440 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2490 มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีพระครูวาปีปทุมกิจ เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน

“จากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าวัดหนองกินเพลยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน อันเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มีพระครูวาปีปทุมกิจ เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้เป็นผู้ยึดถือครอบครองผืนป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นความผิดฐานก่อสร้างแผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายเรียกเจ้าอาวาสเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาฐานครอบครองที่ดินซึ่งเป็นป่า ขณะเดียวกันอาจจะต้องออกหมายเรียกมูลนิธิธรรมกายที่มีความเชื่อมโยงกับวัดแห่งนี้ด้วย นอกจากนี้อาจจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินที่ครอบครองโดยมิชอบก่อนจะบริจาคให้แก่วัดแห่งนี้ หากคดียังไม่หมดอายุความก็ต้องดำเนินคดีทั้งนี้แม้เจ้าของที่ดินจะอ้างบริจาคให้วัดโดยชอบ แต่หากเป็นการรับของโจรเพื่อรับของที่มิชอบด้วยกฎหมายก็ถือว่ามีความผิด อย่างไรก็ตามจะตรวจสอบพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ 10 ไร่ของวัดว่าครอบครองโดยถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทางฝ่ายปกครองกำลังตรวจสอบอยู่”
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบ้านหนองค่าย ที่ จ.บุรีรัมย์นั้นล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิด แต่ศาลพิจารณาให้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าก่อน เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายรวม 11 ราย ในจำนวนนี้มีเจ้าของห้างทวีกิจ จ.บุรีรัมย์ ที่ให้การสนับสนุนในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อธรรมชาติ ซึ่งมีประธานมูลนิธิเป็นศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนใน 2-3 วันนี้
ด้านนายจุ้ยกล่าวว่า ที่ดินแห่งนี้เป็นของบิดาทำกินมานาน ปลูกสวนพริกสวนถั่ว ต่อมาบิดายกให้ จึงบริจาคให้วัดเพราะเห็นว่าพื้นที่วัดคับแคบ และวัดนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด ที่ผ่านมาก็จ่ายภาษีบำรุงท้องที่มาโดยตลอด แต่พอยกให้วัดก็ไม่ทราบว่าวัดจะดำเนินการอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นนั้นเจ้าอาวาสไม่อยู่ที่วัด โดยไวยาวัจกรของวัดแจ้งว่าเจ้าอาวาสไปแสวงบุญที่บ้านเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเว็บไซต์วัดพระธรรมกาย พบว่ามีการระบุว่าวัดหนองกินเพลเป็นวัดสาขาปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายใน จ.อุบลราชธานีด้วย

