เปิดพฤติการณ์ ‘อดีตรองนายกเล็กจันดี’-สามีจีนให้เช่าที่เมืองคอน ตั้ง 4 ฐานแก๊งคอลลวงคนไทย

7.02.25 | 14:18 น.

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ ‘ลูกสาว’ อดีตรองนายกเทศมนตรีจันดี หนีคดีแก๊งคอล กบดานไทย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พ.ต.อ.ศุภกร ผิวอ่อน รรท.ผบก.สอท.5 พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ มีอยู่ รอง ผกก.3 สอท.5 พ.ต.ท.กิตติคุณ สร้อยมาลี รอง ผกก.สอบสวนกก.3 บก.สอท.5 แถลงข่าวกรณีที่ตำรวจไซเบอร์จับกุมตัว ลูกสาว อดีตรองนายกเทศมนตรีจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนรายใหญ่หลังหลบหนีมากบดานในจังหวัดสมุทรสาคร

อ่านข่าว – รวบลูกสาว อดีตรองนายกเล็กจันดี เอี่ยวแก๊งคอลจีน ส่วนแม่ของเจ้าตัว ยังหลบหนี

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า วานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้นำหมายจับเข้าจับกุมตัว นางสาวอาทิตยา อายุ 24 ปี บุตรสาวของ นางเรวดี หรือเจ๊เล็ก รองนายกเทศมนตรีจันดี บุคคลในครอบครัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสงที่ 155/2567 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านในต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี หลังเจ้าตัวหลบหนีมา พร้อมกับสามีชาวจีนเพื่อขายสินค้าออนไลน์นำเข้าจากประเทศจีน

พ.ต.อ.ศุภกร กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ เป็นการขยายผลต่อเนื่องหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าปูพรม ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อช่วงกลางปี 2566 เพื่อทลายเครือข่ายคอลเซนเตอร์ชาวจีนรายใหญ่ที่ลักลอบตั้งฐานในพื้นที่หลอกชาวจีน ญี่ปุ่น และไทย มีผู้ต้องหารวม 72 คน คนไทย 20 จีน 52 จับไปแล้ว 69 คน ยังเหลืออีก 3 คน นายกเล็ก สามี และ เลขา พร้อมยึดของกลาง เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบัญชีธนาคารหลายรายการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า นางสาวเรวดี เป็นเจ้าของสถานที่ทั้ง 4 จุด ซึ่งกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ใช้สถานที่เป็นฐานปฏิบัติการ ตำรวจจึงขออำนาจศาลอาญารัชดาออกหมายจับเจ้าตัวและผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง ในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกง, ความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร

Advertisement

พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอหมายศาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครออกหมายจับและหมายค้นกลุ่มผู้ต้องหา เพราะกังวลว่าหากมีการขอหมายศาลในท้องที่ อาจจะทำให้กลุ่มผู้ต้องหาไหวตัวทันเนื่องจาก กลุ่มผู้ต้องหามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในพื้นที่ ซึ่งนอกจากความเชื่อมโยงเรื่องการให้เช่าสถานที่แล้ว จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตรองนายกเทศมนตรีจันดี และลูกสาวพบว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์

โดยพบว่า สามีของนางสาวเรวดี เป็นหัวหน้าขบวนการคอลเซนเตอร์ดังกล่าว สำหรับคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรจึงต้องมีการเชิญอัยการเข้ามาร่วมดำเนินการสอบปากคำ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการสอบปากคำร่วมกับพนักงานสอบสวนแล้ว

การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาพบว่าได้มีการพูดคุยกับนางเรวดีผ่านทางแอพพลิเคชัน LINE แต่กลับไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่านางเรวดี ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม ตัวของนางเรวดีและผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป