สุดโหด ขว้างถุงน้ำมันใส่ จุดไฟเผา ก่อนวิ่งหลบหนี คาดปมหึงหวง หลังอดีตแฟนสาวไปพูดคุยด้วย
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ร.ต.ท. มานิตย์ ตรุษดี รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ภายในวัดดอกไม้ ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แยก 8 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถใกล้พระอุโบสถของวัดดังกล่าว พบรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นแครี่ 2 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน ถฐ 584 กรุงเทพมหานคร ติดลูกกรงเสริมรอบคันใช้สำหรับบรรทุกแตงโม มีร่องรอยเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณประตูฝั่งซ้าย โดยชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ได้รีบนำถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งมาช่วยกันระดมฉีดสกัดกั้นจนสามารถควบคุมแสงเพลิงเอาไว้ได้
นอกจากนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ ราเชน เทพมณี อายุ 52 ปี สภาพถูกไฟคลอกตามทั่วร่างกาย โดยผิวหนังได้รับความเสียหายประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน
สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ามี ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกวางเพลิง โดยตัวผู้ก่อเหตุทราบเพียงชื่อเล่นว่านายเพลิน อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นอดีตคนขับรถให้เจ้าอาวาสในวัดดังกล่าว สำหรับผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลวัดเช่นกัน โดยทั้งสองฝ่ายเคยมีเรื่องบาดหมางในเรื่องชู้สาวกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้วตัวผู้ก่อเหตุได้เลิกรากับแฟนสาว จากนั้นมาทราบข่าวว่าฝ่ายหญิงกำลังศึกษาดูใจอยู่กับผู้ได้รับบาดเจ็บจนเกิดอาการหึงหวง
“โดยก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บนำแตงโมมาขายในวัดตามปกติ ซึ่งจอดรถคู่ใจอยู่ตรงจุดเกิดเหตุเป็นประจำ ขณะนั้นตัวผู้ก่อเหตุเดินถือถุงใส่น้ำมันเข้ามาก่อนปาใส่ตัวผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วจุดไฟเผาในทันที ก่อนวิ่งหลบหนีไป ทั้งนี้เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ทางตัวผู้ก่อเหตุเคยนำอาวุธปืนไปข่มขู่บุตรชายผู้ได้รับบาดเจ็บภายในบ้านพักซึ่งอยู่ในชุมชนหลังวัดดังกล่าว โดยชาวบ้านในระแวกวัดไม่อยากมีใครไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเกิดความหวาดกลัวเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน” ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวทิ้งท้าย
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งเชิญตัวผู้เห็นเหตุการณ์ไปสอบปากคำ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

