เหยื่อสาดน้ำร้อน เปิดใจเล่าวันเกิดเหตุ แฉจะเข้าครัวไปหยิบมีดด้วย ผวาหนักไม่กล้าไปรพ.

9.02.25 | 17:24 น.

‘แอนดริว’ เหยื่อสาดน้ำร้อน เปิดใจ เล่าวันเกิดเหตุ ก่อนบานปลายถูก ‘พีม’ ตัดผม-ตักน้ำซุปสาด แฉจะเข้าครัวไปหยิบมีดด้วย ผวาหนัก ไม่กล้าไปรพ. ร่ำไห้กลัวแม่เสียใจ


เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.คลองหลวง พบว่า แอนดริว อายุ 20 ปี ผู้เสียหายที่ถูกพีม สาดน้ำซุปร้อนๆ ใส่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้มีปัญหาโดยตรงกับพีม แต่พีมมีปัญหากับเพื่อนของตน

ซึ่งก่อนเกิดเหตุพีมได้บุกไปที่ห้องของเพื่อนตนแต่ไม่เจอตัว เพราะเพื่อนไม่ยอมเปิดประตู เหตุการณ์เป็นไปตามภาพที่เคยเสนอผ่านสื่อ หลังจากที่พีมลงมาด้านล่าง ก็พบตนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านดังกล่าวพอดี แล้วจำได้ว่าตนเป็นเพื่อนกับคู่กรณี

พีมจึงเข้ามาพูดคุยด้วย พร้อมสอบถามเกี่ยวกับเรื่องสตอรี่ที่ตนเคยโพสต์ไว้ในโซเชียล ซึ่งตอนแรกตนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องบานปลาย แต่จู่ๆ พีมก็เข้ามาตัดผมและทำร้ายร่างกายตน ก่อนที่จะถือชามไปตักน้ำซุปแล้วสาดใส่ตน

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพยายามจะเดินเข้าครัวไปหยิบมีดด้วย แต่พนักงานของร้านไม่อนุญาตให้เข้าไป ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงต้องทำร้ายตน ทั้งที่ตนก็ยอมทำทุกอย่างที่เขาต้องการ รวมถึงถอนวิชาเรียนด้วย

แต่วินาทีนั้นตนไม่กล้าตอบโต้ใดๆ เนื่องจากฝั่งผู้ก่อเหตุมีพวกมาประมาณ 10 คน และยังถืออาวุธคือกรรไกรไว้ในมือด้วย ซึ่งตนก็ได้สอบถามว่าต้องการอะไรอีก ทางผู้ก่อเหตุก็บอกว่า “ต้องการให้เพิกถอนวิชาเรียน”

นอกจากนี้ พีมยังพยายามข่มขู่ให้ตนเรียกเพื่อนลงมาจากห้องให้ได้ ถ้าหากเพื่อนไม่ลงมาก็จะโดนทำร้ายอีก แต่โชคดีที่มีรุ่นพี่เข้ามาช่วยเหลือก่อน

แอนดริวกล่าวถึงกรณีที่พีมมีการโพสต์ขอโทษ ว่า ตนก็ไม่ทราบว่าเขาสำนึกผิดจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ยังมีการข่มขู่เพื่อนของตนว่าถ้าหากรอดไปได้จะตามฆ่า จนเพื่อนของตนไม่กล้าออกไปไหน ต้องหลบอยู่แต่ในห้อง และตนก็ไม่ทราบว่าพีมมีอิทธิพลมาจากไหน เพราะเท่าที่ทราบ เวลาจะไปทำร้ายใครก็มักจะพาพวกไปหลายคน

ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ และร่วมทวงความยุติธรรมให้กับตน ซึ่งตนเชื่อว่าคนที่บุกไปตามหาตัวพีมเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครสนับสนุนความรุนแรง ส่วนเรื่องบาดแผล หลายจุดเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บปวดบริเวณคอด้านหลัง เพราะตนชอบนอนหงาย

แอนดริวกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยใช้ชีวิตเพียงลำพังมาก่อน ไม่เคยออกห่างจากครอบครัว แม้กระทั่งหลังจากที่ถูกทำร้ายยังไม่กล้าโทรบอกแม่ กลัวแม่จะเป็นห่วง กลัวว่าแม่จะเสียใจ และไม่กล้าที่จะเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะเกรงว่าคู่กรณีจะดักทำร้ายอีก ตนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวา