ศาลเบิกตัว บอสพอล-ผู้บริหารดิไอคอน เลื่อนตรวจหลักฐาน 24 มี.ค. ยังนอนคุกยาว

10.02.25 | 13:38 น.

ศาลเลื่อนตรวจหลักฐาน “บอสพอล กับก๊วนผู้บริหารดิไอคอน ไป 24 มี.ค. ด้านอัยการโจทก์แถลงมีพยานเอกสาร 900 แฟ้ม และพยานบุคคลมีจำนวนมาก ด้านจำเลยบางส่วนค้านเลื่อนนัด เหตุถูกคุมขังมานาน


เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อทย.14/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยมีนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-17 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อนำตัวมาสอบคำให้การที่ห้องเวรชี้ โดยมี วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาด้วย

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบคำให้การจำเลยทั้งหมด โดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้วสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00 น.

Advertisement

โดยช่วงเช้าวันนี้ ศาลมีคำสั่งเบิกตัวให้จำเลยทั้ง 16 คน มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อมาร่วมพิจารณานัดตรวจพยานหลักฐาน โดยมี วิฑูรย์ เก่งงาน อดีตทนายความของนายวรัตน์พล และทนายความจำเลยคนอื่นมาศาลด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนี้ยังมีเครือข่ายดีลเลอร์ ซึ่งสนับสนุนกลุ่มผู้บริหารดิไอคอนเดินทางให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่นภายในห้องพิจารณา รวมทั้งมีกลุ่มญาติและบุคคลใกล้ชิดของจำเลยเข้ามาโอบกอดให้กำลังใจ อย่างไรก็ตามก่อนการพิจารณาตรวจพยานหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ศาลได้ประกาศข้อกำหนดการปฏิบัติตัวในห้องพิจารณาคดี ห้ามไม่ให้ผู้เข้ามาฟังการพิจารณาคดีเผยแพร่รายละเอียดและข้อเท็จจริงภายในห้องพิจารณาออกไปสู่ภายนอก และห้ามถ่ายภาพหรือรายงานความเคลื่อนไหวภายในห้องพิจารณา อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลและหากตรวจพบว่ามีการเผยแพร่ดังกล่าวออกไปสู่ภายนอก ศาลจะดำเนินคดีฐานละเมิดอำนาจศาลต่อไป

ทั้งนี้พนักงานอัยการคดีพิเศษ แถลงต่อศาลว่า คดีนี้พยานเอกสารมีจำนวน 900 แฟ้ม จำนวนมากและยังอยู่ระหว่างการจัดกลุ่มผู้เสียหายแต่ละประเภท เช่น ที่ซื้อสินค้าแล้วขายไม่ได้ หรือซื้อแล้วไม่ได้สินค้า จึงขอเลื่อนนัดออกไปก่อนสัก 1 นัด ด้านนายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความจำเลยที่ 1-2 แถลงต่อศาลว่า เนื่องจากคดีมีเอกสารจำนวนมาก ที่ผานมาการให้จำเลยตรวจสอบเอกสารในเรือนจำไม่สะดวก จึงอยากให้จำเลยได้ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ในการต่อสู้คดีด้วยตนเอง พร้อมขอให้เบิกตัวจำเลยมาทำการตรวจเอกสารด้วยทุกครั้ง

ต่อมาศาลจึงอ่านกระบวนพิจารณาว่า ฝ่ายโจทก์แถลงว่ามีเอกสารจำนวน 900 แฟ้ม มีพยานบุคคลที่จะเตรียมจะนำสืบ 7,991 ปาก และจะต้องมีการที่ทนายความจำเลย 4 7-15 16 ถูกคุมขังมานาน 4 เดือน กระทบสิทธิเสรีภาพและการเลื่อนคดีเป็นความประสงค์ของฝ่ายโจทก์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานเอกสารและพยานบุคคลมีจำนวนมาก แม้ทนายความจำเลยจะคัดค้าน แต่เห็นว่าเป็นการนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานนัดแรก จึงเห็นควรให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานไป วันที่ 24 มี.ค.2568 ส่วนที่ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมขอให้รอพิจารณาในครั้งหน้า