แม่พรีม ยันไม่ประกันตัว ไร้กำลังทรัพย์ อยากให้เรียนรู้ชีวิตเอง เพื่อนๆ หวังเจ้าตัวสำนึกได้แล้ว

11.02.25 | 10:28 น.

แม่ ‘พรีม’ ยันไม่ประกันตัว เผยไม่มีกำลังทรัพย์ อยากให้ลูกเรียนรู้ผลของการกระทำ ที่ผ่านมาลูกไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน ยอมรับบกพร่องในการอบรมลูกช่วงห่างกัน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหากรณีเหตุความรุนแรงของกลุ่ม LGBTQ สาดน้ำซุป รวมทั้งสิ้น 8 ราย คือนายรษิภา หรือพรีม, นายชคัทพล หรือโอชิ, นายนพคุณ หรือจั๊ก, นายดลลธี หรือพอล, น.ส.อุ้มบุญ หรืออุ้มบุญ, น.ส.กันยาพัชร หรือพิมเจล, น.ส.วรัญญา หรือแบม, น.ส.ภราดร

โดย 2 ราย พรีมกับโอชิ วันนี้จะครบกำหนดส่งตัวฝากขังศาลธญบุรี หลังจากเลื่อนมาจากเมื่อวานนี้ เบื้องต้นทั้ง 2 รายถูกแจ้งข้อกล่าวหากรรโชกทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ขณะที่อีก 6 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์

ขณะที่พ่อแม่ของพรีมเดินทางมาเยี่ยม พร้อมนำอาหารใส่ถุงพลาสติกมาให้ ขณะเดียวกันเพื่อนของพรีมก็นำขนมมาเยี่ยมด้วยเช่นกัน

Advertisement

ทั้งหมดได้พูดคุยกับพรีมผ่านห้องเยี่ยมผู้ต้องหา แม่พูดกับพรีมว่า “โทรศัพท์ที่พรีมให้ไปติดต่อ เขายึดเป็นหลักฐานนะ” และบอกว่า วันนี้แม่ซื้อข้าวเหนียวหมูกับคะน้ามาให้ เดี๋ยวแม่ไปรอที่ศาลนะ พร้อมถามว่า ต้องส่งตัวกี่โมง เดี๋ยวไปเจอกันที่โน่นแล้วกัน และมีถามเพิ่มเติมว่า เอาแปรงสีฟันเหรอ เอาไปทำอะไรตั้งเยอะแยะ

แม่ยุ้ย แม่ของพรีม อายุ 50 ปี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยืนยันว่า จะไม่ขอประกันตัวลูก ให้เป็นไปตามกระบวนการ โดยวันนี้มีข้าวเหนียวหมูมาเยี่ยมน้อง ทั้งนี้ การที่เราไม่ยื่นประกันตัวเพราะอยากให้เขาได้เจอประสบการณ์ด้วยตัวของเขาเอง อยากให้เขาได้เรียนรู้ชีวิต แต่ถ้าอยากจะประกันตัว ครอบครัวตนก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่ได้มีกำลังทรัพย์อะไรมากมาย

แม่ยุ้ยเผยว่า ยอมรับว่าที่ลูกเป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะแม่ที่ขาดการอบรมเขา เนื่องจากเราอยู่ห่างกัน ลูกใช้ชีวิตอยู่ที่มหาวิทยาลัย เวลาลูกออกไปทำอะไรกลางคืนพ่อแม่ก็ไม่ทราบ ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกับพรีมมากมาย แค่ให้เค้าอดทนใช้ชีวิตต่อไปที่เหลืออยู่ในนั้นให้ได้

พร้อมฝากถึงพ่อแม่ครอบครัวอื่น ตนมองว่ามันพูดยาก ครอบครัวทุกคนสอนให้ลูกเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเด็กด้วยว่าเวลาห่างจากผู้ปกครองไป ลับหลังเขาไปทำอะไรเราก็ไม่รู้ ยืนยันว่าไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ของพรีมมาก่อน ตลอดเวลาที่พรีมอยู่มหาวิทยาลัยมักจะสอนลูกตลอดว่าคบเพื่อนต้องให้ดูดีๆ แต่ลูกก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้มาให้ตนรับทราบ ที่ผ่านมาผลการเรียนก็ดี

แม่ยุ้ยกล่าวด้วยว่า แม้ว่าครอบครัวของตนจะไม่มีกำลังทรัพย์มาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่าเทอมแพง แม่ช่วยกันหาเงินกับพ่อ เทอมไหนไม่มีเงินก็กู้บริษัทแล้วผ่อนเอา เพราะอยากให้ลูกมีสังคมที่ดี เติมเต็มในสิ่งที่ตนไม่เคยมี เพราะตนไม่มีการศึกษา เห็นลูกอยากเรียนตรงนี้ก็สนับสนุน เพราะเห็นเค้าสนใจการเรียน จึงพยายามผลักดันในสิ่งที่เขาอยากเรียน

“เพิ่งรู้เมื่อวานว่าพรีมเรียนจบไปแล้วและไปเรียนลงเรียนใหม่ ซึ่งแม่ไม่รู้อะไรเลยว่าลงเรียนใหม่เพื่ออะไร เท่าที่รู้คือเขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องฝึกงาน ยังเหลืออีกเทอมหนึ่ง ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วก็เพิ่งโอนจ่ายค่าเทอมใหม่ไป เนื่องจากเขาไปลงทะเบียนเรียนแล้วเอาเอกสารมหาวิทยาลัยมาให้แม่เบิกค่าเทอม เพิ่งรู้รายละเอียดจริงๆ เมื่อวานหลังจากโทรคุยกับทางมหาวิทยาลัย” แม่ยุ้ยระบุ

ต่อมามีกลุ่มเพื่อนของพรีมประมาณ 3 คน ประกอบด้วย ผู้หญิง 1 คน และ LGBTQ 2 คน ได้เข้ามาเยี่ยมพรีม พร้มเอาขนมใส่ถุงพลาสติกที่ซื้อมาให้มาฝาก

แนน (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี หนึ่งในเพื่อน LGBTQ ของพรีม เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้อยากมาให้กำลังใจพรีม แค่อยากมาดูเพื่อนมากกว่า ทราบแล้วว่านายพรีมก่อเหตุจริงตามคลิป แต่ตัวเองรู้จักกับนานแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้

พรีมที่ตนรู้จักตอนเขาผมยาว เขาก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนี้ ในพาร์ตของเพื่อนพรีมเป็นคนที่โอเคคนหนึ่ง ช่วยงานกลุ่มช่วยอะไรปกติ แต่หลังจากที่พวกตนเรียนจบก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก พาร์ตหลังจากนั้นเขาเป็นยังไงตนจึงไม่ทราบเหมือนกัน

จากพฤติกรรมของพรีมที่ออกไปทางสื่อตนรู้สึกไม่โอเคที่เพื่อนที่เคยรู้จักกันต้องมาทำร้ายคนอื่นแบบนี้ ไม่สนับสนุนความรุนแรงเลย แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกันจึงมาดูมาเยี่ยมตามภาษาคนเคยรู้จักกัน จะให้ตัดไปเลยก็แปลกๆ คนเคยเป็นเพื่อนกัน เคยมีความสนิทสนมกัน เราก็ไม่อยากตัดเลย อยากมาดูมากกว่าว่าเพื่อนมีเหตุจูงใจอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น

เบื้องต้นวันนี้ไม่ได้คุยอะไรกันมาก เนื่องจากเห็นนักข่าวแล้วเขิน เลยฝากของให้พรีมแล้วออกมา แต่ตนมองว่าถึงขั้นนี้แล้วพรีมน่าจะสำนึกได้แล้ว น่าจะยอมสังคมแล้ว เพราะว่ารุ่นพี่กะเทยน่าจะทำให้เค้าหลาบลงนิดนึง พร้อมฝากทิ้งท้ายไว้ว่า อยากให้พรีมกลับมาเป็นคนเดิมที่เคยรู้จัก ขอบคุณค่ะ