เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเหตุก่อการร้ายบริเวณอาคารรัฐสภากรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและสั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเกาะติดข่าว กำชับให้เฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุขึ้นในประเทศไทย โดยระบุว่าเหตุที่เกิดขึ้นในกรุงลอนดอนเป็นรูปแบบของการก่อการร้ายรูปแบบใหม่ที่จะใช้ผู้ปฏิบัติการน้อยแต่หวังผลเสียหายต่อผู้คนจำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปแบบที่หน่วยความมั่นคงติดตามเฝ้าระวัง
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลด้านการข่าวที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่องพบว่าไม่มีนัยยะใดที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศไทยก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของประเทศใดที่จะนำมาสู่เหตุก่อการร้ายภายในประเทศ โดยตำรวจไทยและตำรวจประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษนั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อดูแลความสงบปลอดภัยอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดที่น่ากังวลในประเทศไทย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ประมาท ผบ.ตร.จึงสั่งการยกระดับการดูแลความปลอดภัยภัยในสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ ท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง แหล่งการค้า ย่านธุรกิจ เข้มข้นขึ้นหลังเกิดเหตุที่ประเทศอังกฤษ
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเพิ่มการดูแลเข้าตรวจตราเป็นพิเศษ เพิ่มความถี่ในการตรวจ สำหรับสถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุล และธุรกิจ แหล่งพักอาศัย แหล่งรวมตัว ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะของประเทศอังกฤษที่มีที่ตั้งในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อสร้างความมั่นใจและป้องกันการเกิดเหตุที่ไม่สงบ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจำเป็นจะต้องเพิ่มความเข้มเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศเพื่อป้องกันการลักลอบเดินทางเข้า-ออกของบุคคลผู้ไม่หวังดี โดยยืนยันอีกครั้งว่าการข่าวที่ประสานงานกันระหว่างหน่วยข่าวของตำรวจหน่วยข่าวความมั่นคงตลอดจนหน่วยข่าวของประเทศต่างๆ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดที่จะกระทบต่อความไม่สงบในประเทศไทย แต่การยกระดับมาตรการการดูแลความสงบปลอดภัยเพื่อความไม่ประมาท สร้างความมั่นใจและป้องกันเหตุเท่านั้น

