ศาลนัด ฟังพิพากษา คดีแตงโม 23 พ.ค.นี้ สืบพยานปากสุดท้าย เสร็จแล้ว

13.02.25 | 18:51 น.

ศาลนัดพิพากษา คดีแตงโม 23 พ.ค.นี้ สืบพยานปากสุดท้ายเสร็จ ทนายแซนเผย สู้ไปตามพยานหลักฐานในสำนวน


เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 13 ก.พ.2568 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี หลังจากศาลได้นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยตลอดทั้งวันจนเสร็จสิ้นเมื่อช่วงเย็น โดยนายภีม หรือกุนซือเอ็ม จำเลยคนสุดท้าย ได้ลงจากศาลเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่และเดินทางกลับในทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ในเวลาต่อมา ทนายเดชา ทนายฝ่ายโจทก์ เปิดเผยว่า หลังศาลได้สืบพยานจำเลยคนที่ 4 เสร็จสิ้นแล้ว ศาลจังหวัดนนทบุรีได้นัดฟังคำพิพากษาคดีแตงโมในวันที่ 23 พ.ค.2568 เวลา 09.30 น. โดยจะส่งร่างคำพิพากษาไปให้สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 ทำการตรวจทานก่อน จึงจะมีคำพิพากษาคดีแตงโม จึงจะถือว่าคดีนี้จบบริบูรณ์

ก็ต้องไปรอดูกันว่าศาลจะมีแนวทางพิพากษาออกมาอย่างไร ว่าจะเป็นไปตามฟ้องหรือไม่ เรื่องการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือจะยกฟ้อง เดี๋ยวในวันนั้นก็จะรู้กัน ถ้ายกฟ้องก็ต้องอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน ถ้าโจทก์ชนะคดีก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะอุทธรณ์ แต่ก็ไม่สามารถตอบได้เรื่องแพ้ชนะ เพราะจะกลายเป็นว่าไปละเมิดอำนาจศาล ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเลยที่ 4 ให้การว่าอย่างไร ทนายเดชากล่าวว่า จำเลยก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำในส่วนที่ถูกกล่าวหา ก็ให้การเหมือนในชั้นสอบสวนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายมีอัตราโทษอย่างไร ทนายเดชากล่าวว่า คดีนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี คล้ายกับคดีขับรถชนคนตาย ในคดีนี้ไม่สามารถเปลี่ยนข้อหาอะไรได้ นอกจากหาคนผิดเพิ่มได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกับคุณอัจฉริยะที่ดีเอสไอ แต่มันคนละประเด็นกัน คนละส่วนคนละฐานความผิด อันนั้นเป็นเรื่อง ม.157

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคดีนี้ไม่ได้เป็นคดีประมาท คุณแม่จะว่าอย่างไรบ้าง ทนายเดชากล่าวว่า คุณแม่ก็ให้ความร่วมมือและไปพบพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ไปให้การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งคุณแม่ให้การและสนับสนุนการค้นหาความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณแม่จะสามารถเปลี่ยนข้อหาได้หรือไม่ ทนายเดชากล่าวว่า คดีนี้คุณแม่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ เพราะคุณแม่เป็นโจทก์ร่วมเท่านั้น โจทก์หลักคือพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ถ้าจะมีการแก้ฟ้องก็ต้องเป็นเรื่องของพนักงานอัยการ คดีนี้คุณแม่ทำได้แค่เป็นโจทก์ร่วมเท่านั้น

ทางด้านทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความของแซน ฝ่ายจำเลย กล่าวว่า วันนี้เป็นการสืบพยานจำเลยที่ 4 เป็นปากสุดท้าย และศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 23 พ.ค.2568 จำเลยทั้ง 4 คน จะต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษา จำเลยจะต้องมาฟังทุกคน ซึ่งไม่อยากลงรายละเอียดอะไรมากนัก

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ทนายฝ่ายจำเลยได้ร่วมกันทำคดีมาร่วม 2 ปี ขอแจ้งให้ทราบอย่างนี้ว่า คดีนี้จำเลยถูกแจ้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไม่ใช่ข้อหาอื่น ทนายความต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความเพื่อดูแลคดีให้กับลูกความ ส่วนคดีเราว่ากันด้วยพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง ไม่มีอย่างอื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความหนักใจในคดีหรือไม่ ทนายพรศักดิ์กล่าวว่า จะพูดว่าหนักใจทั้งหมดก็ไม่ได้ เราทำคดีไปตามพยานหลักฐานในสำนวน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเราสู้ไปตามพยานหลักฐานในสำนวน