บัญชีดำ 3.7 พันชื่อ จีนส่งให้ตรวจแก๊งคอล อิ๊งค์ ถกฝ่ายความมั่นคง หม่องชิต ตู่ โชว์เข้มปราบเมียวดี 2 พันเหยื่อ ขอกลับประเทศ
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย ถึงผลการประชุมร่วมกับผู้นำเหล่าทัพในช่วงบ่ายว่า ได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.สส. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. และพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. หารือถึงความมั่นคงปลอดภัยทุกมิติของพี่น้องประชาชน โดยขอบคุณการทำงานหนักและเด็ดขาดของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาจนทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายไปได้ด้วยดี
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ปัญหาหลายเรื่องยังมีอยู่และต้องดำเนินการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตรงจุด ด้วยแผนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่คุกคามชีวิตพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป ที่ผ่านมามาตรการตัดน้ำมัน-ตัดไฟ ถือเป็นมาตรการที่เด็ดขาดและได้ผล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและได้เร่งรัดคณะกรรมการโยบายด้านชายแดน ให้ขยายแผนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้รายงานกลับมาอีกครั้งในเวลา 1 เดือน
“ปัญหาคอลเซ็นเตอร์และความมั่นคงอื่นที่กล่าวถึงข้างต้น ถือเป็นวาระใหญ่ของรัฐบาล เพราะคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน รัฐบาลเดินหน้าเต็มที่ และพร้อมทำงานอย่างบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาวโดยเร็ว” น.ส.แพทองธารระบุ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศจีนส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ 3,700 รายให้กับไทย ว่า เบื้องต้นรายชื่อที่ได้มาเป็นลักษณะกลุ่มแก๊งส่วนจะมีความผิดทางด้านอินเตอร์โพลหรือไม่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่ทางการจีนให้ข้อมูลมาและระบุว่าคนร้ายกลุ่มดังกล่าวทำงานเป็นกลุ่มแก๊งอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และในปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าสามารถจับกุมได้แล้วหรือไม่ แต่ในขณะนี้สิ่งที่ต้องทำคือต้องตรวจสอบคนที่กลับมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดว่าอยู่ในฐานข้อมูลที่มีหรือไม่
ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไทยด้าน จ.ตาก เปิดเผยว่า พล.ต.หม่องชิต ตู่ เลขาธิการกองทัพบีจีเอฟ KLA ได้นำกำลังทหาร พร้อมอาวุธครบมือ เข้าปิดล้อมสถานประกอบการต่างๆ ที่สงสัยว่ามีกลุ่มขบวนการจีนสีเทาใช้เป็นที่ทำงานอยู่ ได้สำรวจคัดกรองจัดทำข้อมูลบุคคลต่างชาติที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในพื้นที่ สำนักงานของกลุ่มหย่าไท่ บ้านชเวโก๊กโก่ อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ด้านตรงข้ามฝั่งไทย
บ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้ทำตามขั้นตอนที่ 1 ของฝ่ายบีจีเอฟ คือ ให้ช่วยเหลือเหยื่อ โดยไปสอบถามสถานที่ประกอบการว่าจะกลับไปบ้านหรือไม่ ถ้าประสงค์จะกลับบ้านให้ออกมาจากสถานประกอบการ ล่าสุดมีชาวต่างชาติที่ประสงค์จะกลับ จำนวน 2,000 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อดำเนินการส่งกลับให้กับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงของไทย ผ่านบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2

