ตร.ท่องเที่ยว ช่วย 5 เหยื่อแก๊งคอลชาวจีน ถูกพาตัวย้ายฐานจาก ‘เมียวดี’ ไป ‘กัมพูชา’

17.02.25 | 19:58 น.

ตร.ท่องเที่ยว ช่วย 5 เหยื่อแก๊งคอลชาวจีน ถูกคนไทยพาตัวย้ายฐานจาก ‘เมียวดี’ ไป ‘กัมพูชา’

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/หน.ส่วนฝ่ายอำนวยการ ศปทท.ตร. เป็นประธานการประชุมหารือและขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (Tourist Safety Operations Center : TSOC)

โดยมี พล.ต.ต.มล.สันธิธร วรวรรณ รอง ผบช.ทท.,พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 ,พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผบก.ทท.1 ,พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ รอง ผบก.ภ.จว./หน.ศปทท.ในสังกัด ภ.2 และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อยกระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ สร้างความเชื่อมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวว่าการขับเคลื่อน ศปทท.ตร. เป็นศูนย์กลาง รับข้อมูลข่าวสารช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แก้ปัญหาขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้ศูนย์รักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางรับข้อมูลข่าวสารช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

พร้อมยกตัวอย่างกรณีเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยว รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1155 จากเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกพาตัวจากเมียวดี ผ่านไทยเพื่อย้ายฐานไปกัมพูชา หลังรับแจ้งตำรวจท่องเที่ยว จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่สระบุรี สืบสวนจนทราบว่ากำลังจะเดินทางเข้าพื้นที่ จว.สระแก้ว เพื่อข้ามไปยังประเทศกัมพูชา ตำรวจท่องเที่ยว จึงประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ภ.จว.สระแก้ว จนสามารถสกัดกั้นช่วยเหลือได้ ที่บ้านแก้ง อ.เมือง จว.สระแก้ว พบเป็นคนจีน 5 คน คนขับรถคนไทย 1 คน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางผบช.ทท. เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง อาชญากรรมข้ามชาติ ต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายและความผิดที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในพื้นที่ จว.ชลบุรี โดยร่วมบูรณาการกับ ภ.จว.ชลบุรี ,ตม.จว.ชลบุรี ผลการปฎิบัติจับกุมรวม 33 ราย ดังนี้ คนต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 19 ราย (โดยมี จีน 9 ราย /ปากีสถาน 8 ราย /รัสเซีย 1 ราย /ออสเตรเลีย 1 ราย) หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 3 ราย ไม่แจ้งที่พักคนต่างด้าว(ตาม ม.38) 8 ราย และมัคคุเทศก์กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.พินัยฯ 3 ราย