ปฏิบัติการ ยุทธการเด็ดปีก ‘แก๊งลักลอบขนต่างด้าว’
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รองผบช.ภ.1 ร่วมประชุมสั่งการให้กวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว รวมถึงตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามนโยบายของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์.ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
ต่อมา พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท.สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชัยนาท พ.ต.ท.กิตติพนธ์ สังฆะพันธ์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1, ทำเครือข่ายขบวนการอย่างละเอียด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มกราคม จับ นายมานะศักดิ์ อายุ 41 ปี โดยกล่าวหาว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาใน ราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย,ให้เข้าพักอาศัย ช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นจากการจับกุม, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มี กฎหมายให้ไว้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั่นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรฯ” พร้อมของกลางรถยนต์กระบะ โตโยต้า ติดแผ่นป้ายทะเบียนอุบลราชธานี กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก พร้อมบุคคลต่างด้าว 17 คน
แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้า มาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ นายสุริยา อายุ 41 ปี โดยกลำวหาว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาใน ราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” พร้อมของกลาง 1.รถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียนสระแก้ว 1 คัน กุญแจรถยนต์ 1 ดอก พร้อมด้วยต่างด้าว 16 คน แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลของแก๊งลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จากการสืบสวน ทราบว่าต้นทางรับแรงงานต่างด้าวมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยปลายทางจะนำแรงงานต่างด้าวไปส่งที่ จ.สุพรรณบุรี

ต่อมา พล.ต.ต.นราเดช ร่วมขยายผลพบข้อมูลความเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องอีก 7 คน จึงจับกุม นายทัศกร ความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการ ใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม” และคุมตัว น.ส.ศณาภัทธ ภรรยา มาสอบปากคำเพิ่มเติม และรับว่าทิ้งต่างด้าวหลบหนีจนสืบทราบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรม
โดยมี นายสุรัตน์ และนายสมคิด สองพี่-น้อง รวมทีมคนขับรถขนส่งกระบะทั่วไป เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และมีนายทุนควบคุมสั่งการ จากการติดตามวิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิด จึงทราบว่าจะมีการแจ้งจำนวนรถที่ต้องออกจาก กทม.หรือปริมณฑล ขึ้นไปรับต่างด้าวตามจุดนัดพบแนวตะเข็บชายแดนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบข้อมูลความ เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องจึงเฝ้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมรถยนต์ของกลาง 3 คัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมา พ.ต.อ.ภูริส พร้อมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก นำกำลังพร้อมหมายค้นของศาลจังหวัดตาก บ้านสองหลังในพื้นที่ ต.ตากออก อ.บ้านตาก จ.ตาก ซึ่งบ้านพักของผู้สั่งการ/ นายทุนในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
ตรวจสอบเบื้องต้น ภายในบ้านพบเสื้อผ้าและของใช้บางส่วน จึงเชื่อได้ว่าหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านจึงสั่งการให้ตรวจสอบเส้นทาง การหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาจับกุม น.ส.ศณาภัทร อายุ 29 ปี ความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจาก การจับกุม”


