บุกตึก 4 ชั้น กลางตลาดย่านดังดอนเมือง ทลายแหล่งลอบปลูก-แปรรูปกัญชา รวบ 3 ชาวต่างชาติ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สน.ดอนเมือง สั่งการให้ พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ต.ภาคิน ดอกไม้ สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.สมโชค คงตำหนิ ร.ต.อ.โชคชัย พิณะเวศน์ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง กำลังฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวนนครบาล 2 เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ นำหมายค้นศาลอาญาที่ 107/2568 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น ในซ.เชิดวุฒากาศ 9 แขวงและเขตดอนเมือง กทม. เพื่อตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย หลังได้รับร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติมาพักอาศัยที่อาคารดังกล่าวโดยลักลอบปลูกกัญชา ส่งกลิ่นรบกวน
ที่เกิดเหตุอยู่ในโครงการตลาดเครื่องสำอางชื่อดังย่านดอนเมือง ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา พบด้านหน้าปิดประตูอยู่เจ้าหน้าที่พยายามเรียกคนด้านในออกมาเปิดประตูแต่ไม่มีใครออกมาเปิดเจ้าหน้าที่จึงปีนเข้าด้านหลัง และจับกุมชายสัญชาติเวียดนามได้ 2 คน และชายชาวเอเชียสัญชาติสวีเดน 1 คน ได้ที่ชั้น 4

จากการตรวจสอบ ชั้น1 พบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่ 4 ใบด้านในมีดอกกัญชาอบแห้งอัดเต็มกระเป๋า ชั้นลอยเป็นห้องเก็บกัญชาที่บรรจุถุงแล้ว ชั้น 2 เป็นห้องสำหรับแพคกัญชาใส่ถุงสุญญากาศ มีเครื่องซีลสุญญากาศ 4 เครื่อง เครื่องชั่งดิจิทัล 2 เครื่อง ดอกกัญชาอบแห้งบรรจุในถุงซิปขนาดใหญ่จำนวนมาก บางส่วนถูกแพคใส่ถุงสุญญากาศไว้แล้ว ชั้นที่ 3 และ 4 ดัดแปลงเป็นที่ปลูกกัญชา มีการติดตั้งอุปกรณ์ให้นำ และแสงแดดเทียมไว้ แต่ไม่พบต้นกัญชา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบทั้งหมด
ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต. เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 พ.ต.อ. สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สน.ดอนเมือง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการระดมตรวจค้นจุดต้องสงสัย และ บุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่ คาดว่าอาคารดังกล่าวมีการเช่าเพื่อเป็นสถานที่เก็บดอกกัญชา และปลูกต้นกัญชา ที่ถูกปลูกในตัวอาคาร ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบตามหมายค้นและพบของกลางดังกล่าว

เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กัญชาถือเป็นสมุนไพรควบคุม การจำหน่าย แปรรูป ส่งออก หรือ ศึกษาวิจัยจะต้องได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปี 2542 การขออนุญาตเป็นไปตามมาตรา 46 หากไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษ ตามมาตรา 78 จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเบื้องต้นเงื่อนไขการอนุญาต ผู้ที่ได้รับอนุญาตจะต้องติดแสดงใบอนุญาตในจุดที่เห็นชัดเจน พร้อมทั้งห้ามจำหน่ายให้กับเด็กและสตรีมีครรภ์ รวมถึงห้ามการโฆษณาออนไลน์ หากพบการกระทำความผิดผู้ได้รับอนุญาตจะถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ด้านพล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวต่อว่าการประกอบการจำหน่ายกัญชานั้นจะต้องมีการขออนุญาตหลายหน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปกครอง สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ความถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ว่าจะอนุญาตหรือไม่ หากไม่มีใบอนุญาตไม่ว่าจะเป็นการปลูกหรือจำหน่ายเข้าข่ายความผิดทุกกรณี

จากการสอบสวนผู้ดูแลชาวเวียดนามให้การรับสารภาพว่าตนเองและเพื่อนได้รับการว่าจ้างให้มาเฝ้าอาคารและเฝ้ากัญชา โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งจะมีหน้าที่คอยแพคสินค้าและรอ คนมารับไปจำหน่ายทอด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสถานที่ดังกล่าวได้มีการขออนุญาตในการปลูกกัญชา รวมถึงการแปรรูปกัญชาหรือไม่ รวมถึงจะเรียกเจ้าของอาคารและนายจ้าง ของทั้ง 3 คน มาสอบสวน เบื้องต้นจากการตรวจสอบทั้ง 3 คนมีความผิดตาม พรบ.คนเข้าเมือง โดยบางคนเข้ามายังราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่ในราชอาณาจักร เกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่วนอีกรายทำงานไม่ตรงตามที่ขออนุญาตไว้ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


