ธนพร ผู้ต้องขัง 112 ชาครึ่งซีก เล็บม่วงแล้ว หมอถาม ‘คิดไปเองไหมว่าป่วย’ แต่ไม่รักษา

20.02.25 | 16:25 น.

ธนพร ผู้ต้องขัง 112 มีอาการชาครึ่งซีก เล็บม่วง 3 เล็บ เจอหมอถาม ‘คิดไปเองไหมว่าป่วย’ แต่ไม่รักษา


จากกรณีที่ศาลอาญาตลิ่งชันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (3) ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ของ ธนพร หรือ พลอย แม่ลูกอ่อนจาก จ.อุทัยธานี วัย 24 ปี ผู้ถูกฟ้องจากการใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์เฟซบุ๊กของเพจ ซึ่งเผยแพร่ภาพตัดต่อของรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เมื่อช่วงปี 2564 ทั้งนี้ ศาลฎีกายืนคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ทำให้ธนพรถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงธนบุรีตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า วานนี้ (19 กุมภาพันธ์) เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยม พลอย ธนพร ซึ่งเธอระบุว่า มีความสุขที่ได้พบลูกแต่ก็ร้องไห้เพราะสงสารลูกเช่นกัน ยังร้องไห้ทุกครั้งที่ได้เยี่ยมทางไลน์และเห็นหน้าลูก พลอยรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถช่วยจัดการเลี้ยงดูลูกตามที่ใจอยากทำได้ และต้องปล่อยทิศทางการเลี้ยงลูกให้เป็นเรื่องของครอบครัวที่อยู่ข้างนอก ซึ่งแม้จะเข้าใจได้ว่าแต่ละคน รวมถึงเธอเองก็มีข้อจำกัดในการเลี้ยงดูไม่ต่างกัน แต่พลอยก็ยังอยากมีส่วนร่วมกับการเลี้ยงลูก นอกจากนี้ พลอยยังมีเรื่องราวมากมายที่อยากเล่าให้ฟัง ทั้งเรื่องกฎระเบียบในเรือนจำที่ยังคงเข้มงวดและเรื่องสุขภาพของเธอที่น่ากังวล

พลอยบอกกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความฯว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมาเริ่มมีการจำกัดการซื้อของของผู้ต้องขัง ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ จึงฝากซื้อครีมเทียมและน้ำปั่น เนื่องจากอากาศข้างในเริ่มร้อนมากขึ้น เธอบอกว่าข้างในต้องต่อแถวกันยาวมากเพื่อซื้อน้ำปั่น หากใครมีญาติสั่งน้ำให้ก็จะได้รับของเร็วกว่า

Advertisement

นอกจากจำกัดการซื้อของแล้ว โรงเลี้ยงของเรือนจำยังจำกัดอาหารอีกด้วย พลอยบอกว่าที่โรงเลี้ยงกลางทุกคนจะได้รับข้าว 1 ทัพพีเล็กๆ ซึ่งเธอมองว่าน้อยเกินไป ถ้าใครอยากเติมข้าว ต้องวนไปต่อแถวใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ พลอยยังบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า กังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ

ศูนย์ทนายความฯอธิบายว่า เดิมพลอยไม่มีโรคประจำตัว และตอนเข้าเรือนจำมาในช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ แต่ปัจจุบันพลอยถูกขังมาแล้วเป็นเวลาเกือบ 9 เดือน เธอเล่าให้ฟังว่า ประมาณหนึ่งเดือนมานี้ (ตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.) มีอาการชาตั้งแต่ต้นคอ ลามไปถึงปลายนิ้วที่ซีกขวา

“บางวันหยิกตัวเองแล้วไม่รู้สึกเจ็บ” เธอบอก แล้วยกแขนแกว่งแขนไปมา

นอกจากนี้ พลอยยังยกมือขึ้นโชว์ให้ดูว่า เล็บของเธอเปลี่ยนเป็นสีม่วงไป 3 เล็บ คือนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง แม้มองผ่านกระจกห้องเยี่ยมก็เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างกับเล็บอื่นที่เป็นสีชมพูธรรมชาติ พลอยบอกว่าเธอไม่คิดว่านี่คืออาการปกติ เพราะอาการนี้เป็นมาร่วม 1 เดือนแล้ว

“หนูไม่ได้โดนอะไรหนีบนิ้วนะ แต่พี่เห็นใช่มั้ยว่ามันม่วง” เธอไม่เคยได้รับอุบัติเหตุอะไรในเรือนจำ ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองนอนตะแคงข้างเดียวจึงตัวชา แต่เมื่ออาการนี้ไม่หายไป เธอจึงลงชื่อไปหาหมอ และเพิ่งได้พบหมอเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อไปพบหมอ หมอกลับถามเธอว่า “เป็นไฮเปอร์รึเปล่า หรืออาจจะคิดไปเองว่าป่วย” ในวันนั้นพลอยไม่ได้รับการส่งตรวจเลือด หรือเขียนใบสั่งยาใดๆ นั่นทำให้พลอยยิ่งรู้สึกกังวลมาก และบอกว่าเธอจะพยายามลงชื่อเข้าคิวเพื่อให้ได้พบหมออีกครั้ง

ทั้งนี้ จากอาการของพลอยดังกล่าว ทางทนายความเตรียมจะทำหนังสือยื่นกับทางเรือนจำเพื่อให้ดูแลอาการต่อไป

พลอยยังบอกกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความฯด้วยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าตัวเองเป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพักโทษ หากมีการเปิดให้ยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง เธอก็จะยื่นขอพักโทษ

เธอบอกว่าที่ผ่านมามักมีคนบอกว่านักโทษคดี 112 จะไม่ได้รับการพักโทษ จึงไม่ได้หวังกับเรื่องนี้มากนัก แต่พลอยบอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้รับแจ้งว่าตัวเองอยู่ในเกณฑ์ที่จะพักโทษได้ และจะลองยื่นเอกสารดู

อ่านบันทึกการเข้าเยี่ยมพลอยทั้งหมดจากศูนย์ทนายความ คลิก