จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และเจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังรวมกว่า 400 นาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นผู้มีอิทธิพล ตามแผนยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส โดยปูพรมเข้าตรวจค้นบ้านผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอุทัยธานี 30 จุด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีจุดเป้าหมายสำคัญอยู่ที่บ้านพักของนายปภาวิชญ์ บุษวะดี หรือสจ.เปี๊ยก เลขที่ 40/2-3 ต.หลุมเข้า อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ทั้งนี้จากการตรวจค้นไม่พบตัวนายปภาวิชญ์ พบเพียงผู้ดูแลภายในบ้าน พร้อมกับนักมวยในสังกัดกว่า 31 คน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบประวัติของนักมวยทุกคนไว้เพื่อตรวจสอบว่ามีเคยก่อเหตุหรือไม่ ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนแล้วนั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายปภาวิชญ์ ได้เข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ชี้แจงรายละเอียดกรณีตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักแล้วไม่พบตนเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายปภาวิชญ์ กล่าวว่า ไม่สามารถมาแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารระหว่างที่มีการตรวจค้นบ้านพักของตนได้นั้น เนื่องจากติดธุระเดินทางไปทำบุญไหว้พระ 9 วัดที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อช่วง 4-5 วันก่อนหน้านี้ ทันทีที่ทราว่าเจ้าหน้าที่ได้มาเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักของตน ได้พยายามติดต่อกลับมาหาทางเจ้าหน้าที่ในทันที ขอยืนยันว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาเข้าค้นบ้านพักนั้น ตนไม่ทราบเรื่องมาก่อน เพราะเป็นเรื่องของความลับราชการ หากทราบเรื่องก็จะอยู่รอชี้แจงและให้ความร่วมมือกับจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีแน่นอน ปัจจุบันได้วางมือเกี่ยวการเมืองท้องถิ่นมานานแล้วและหันมามุ่งมั่นประกอบธุรกิจรับเหมาเป็นหลัก จึงขอยืนยันเลยว่าม่ใช่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ดังกล่าว
นายปภาวิชญ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของกรณีที่มีสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นำเสนอข่าวเกี่ยวกับตนในเชิงลบโดยระบุว่าตนเป็นผู้บงการในคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มกลางวงไฮโล ดับ 3 ศพ เจ็บ 1 เหตุเกิดในพื้นที่ จ.อุทัย เมื่อกลางดึกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อยากชี้แจงไม่เป็นความจริง แไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หลังจากนี้ได้เตรียมมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับสถานีโทรทัศน์ช่องดังกล่าวกับทางตำรวจท้องที่อย่างแน่นอน

