ปอศ. บุกค้นเครือข่ายบริษัท E-Money เถื่อน เงินหมุนเวียนกว่าพันล้าน ชี้หากไม่ตรวจสอบ หรือทำธุรกิจโดยมิจฉาชีพ อาจส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับบริษัท E-Money เถื่อน จำนวน 4 จุด คือ
- สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทแห่งหนึ่ง ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม
- สถานีขนส่งสินค้าบริษัทในซอยเพชรเกษม 99 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
- บ้านพักหลังหนึ่งย่านถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.
- สถานีขนส่งสินค้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัจจุบันพบมีผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ ลักษณะเป็นตัวกลางสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างมาก แค่สมัครสมาชิกและเปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์กับบริษัทฯบนเว็บไซต์ พร้อมเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ไว้ล่วงหน้า ทำให้มียอดเงินหลั่งไหลเข้าบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนมาก หากไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือมีการประกอบธุรกิจโดยมิจฉาชีพ ก็จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นวงกว้างอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงมีการเข้าตรวจสอบดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบบริษัทเป้าหมาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน รูปแบบให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 บริษัท มียอดเงินหมุนเวียนรวมกันแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท จึงดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจรับผิดชอบ คือนายธนเกียรติ อายุ 29 ปี นายธนวัฒน์ อายุ 32 ปี และนายธิติพัฒน์ อายุ 30 ปี (ทั้งหมดสงวนนามสกุล) ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจฯ และในฐานะนิติบุคคลบริษัท
ก่อนนำตัวผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันการประกอบธุรกิจการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”







