ดีเอสไอชงไฟเขียว หมายจับ หม่องชิตตู่ 100 คนไทย โดนคดีแก๊งคอลปอยเปต-อั้งยี่
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สิริวิชญ์ เกษมทรัพย์ ผอ.กองคดีการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการขอออกหมายจับ พล.ต.หม่องชิต ตู่ ผู้นำกองกำลัง BGF ในคดีค้ามนุษย์ กับพวกว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามสรุปสำนวน และส่งพยานหลักฐานไปให้กับสำนักอัยการสูงสุดแล้วในวันนี้ โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานจากพฤติการณ์ของ พล.ต.หม่องชิต ตู่ และพวก ที่เกี่ยวข้องกับความผิดการค้ามนุษย์ที่อยู่นอกประเทศต่อเนื่องกับภายในประเทศ ในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และยังไม่ขอระบุจำนวนผู้ร่วมกระทำความผิด
“แต่ยืนยันว่ามีขบวนการคนไทยร่วมด้วย ส่วนมาตราความผิดใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมว่ามีมาตราใดบ้างนั้น ขอให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ ได้ตรวจสอบเอกสารสำนวนให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากมีประเด็นรายละเอียดค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานสามารถเอาผิด พล.ต.หม่องชิต ตู่ และพวกได้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอยู่ในชั้นการพิจารณาของอัยการสูงสุด แต่หากพบว่าใครกระทำความผิดก็จะดำเนินการอย่างไม่มีละเว้น” พ.ต.ต.สิริวิชญ์ กล่าว
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการรับตัวคนไทยที่ถูกส่งกลับมาจากประเทศกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ เข้าสู่
กลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM ว่า อยู่ในกลไก NRM เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ที่ให้มีการตั้งคณะสืบสวนสอบสวนในกรณีที่มีคดีอาชญากรรมออนไลน์อยู่ทั้งหมด 46 เคสไอดี มีผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เดินทางกลับมาด้วย มีผู้เกี่ยวข้อง10 ราย ตำรวจไซเบอร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานร่วมกับตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และตำรวจ บก.ปคม.
“จากการซักถามเบื้องต้นและนำข้อมูลประกอบกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พบว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดในข้อหาการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและข้อหาอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงรวบรวมพยานหลักฐานและให้ พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท.5 ขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นข้อหาหลัก เป็นคนไทยกว่า 100 ราย ต่างชาติ 2 ราย ที่เรียกกันว่าบอสชาวจีน กำลังจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าในกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะมีการแถลงในรายละเอียดอีกครั้ง” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว

