คุก 9 เดือน ทนายอานนท์-3 นักกิจกรรม คดี ม.116 ชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ปี’63

7.03.25 | 16:08 น.

คุก 9 เดือน ทนายอานนท์-3 นักกิจกรรม คดี ม.116 ชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ลานพญานาค ปี 2563 ส่วน ‘ชนินทร์-สาธร’ ยกฟ้องทุกข้อหา

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วันนี้ศาลจังหวัดธัญบุรีพิพากษาคดี 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของนักกิจกรรม 9 ราย กรณีชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ในคดีนี้มีจำเลยที่ 6 ถูกฟ้องเพียงข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียงรายเดียว ส่วนจำเลยอีก 8 ราย ถูกฟ้องใน 3 ข้อหาดังกล่าว

ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เห็นว่า การชุมนุมมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ตรวจอุณหภูมิทางเข้า ลานพญานาคเป็นที่โล่งกว้างมีอากาศถ่ายเท ผู้ชุมนุมยังเดินไปมาได้ มีการเว้นระยะห่าง และผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย

จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าเป็นการชุมนุมในสถานที่แออัดอันจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโรคหรือความวุ่นวายในสถานที่จัดกิจกรรม

Advertisement

ข้อหา ม.116 เห็นว่า จำเลยที่ 1, 3 (อานนท์) และ 4 (ณัฐชนน) ปราศรัย ทำให้ประชาชนผู้ฟัง คิด และเกิดความเคลือบแคลงสงสัย โดยประการที่จะทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสีย ไม่อยู่ในที่เคารพ ใช้ข้อมูลบางส่วนอันเป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมาในอดีต ปราศจากการพิสูจน์ เป็นส่วนหนึ่งในการปลุกเร้า ปลุกปั่นผู้ชุมนุมให้เห็นด้วยและคล้อยตาม จึงเป็นการสร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องเกิดความแตกแยก

จำเลยที่ 7 (ไฟซ้อน) และ 8 (ลูกมาร์ค) เป็นพิธีกร แม้จะไม่ได้ปราศรัย แต่มีการพูดทำนองว่า “รูปที่มีอยู่ทุกบ้าน” “ทรงพระเจริญ” เป็นการล้อเลียนสถาบันกษัตริย์

จำเลยที่ 1, 3, 4, 7 และ 8 แบ่งหน้าที่กันทำ อีกทั้งยังมีการยึดหนังสือปกแดงและจอแอลซีดีมีข้อความ “ไม่ใช่ปฏิรูปแต่คือปฏิวัติ”

เห็นว่า การชุมนุมในวันดังกล่าว มุ่งประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันกษัตริย์ ส่งผลให้เกิดความแตกแยก

ส่วนจำเลยที่ 6 (ชนินทร์) และ 9 (สาธร) พยานหลักฐานยังไม่พอฟังได้ว่ามีส่วนรู้เห็น เป็นตัวการแบ่งหน้าที่กันทำในการปราศรัย

ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่มีพยานหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 และ 9 เป็นผู้เผยแพร่ข้อความ เชิญชวนหรือไลฟ์ อีกทั้งพยานโจทก์ไม่ได้ตรวจสอบ IP address ว่าบัญชี Facebook เป็นของบุคคลใด

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 7 และ 8 มีความผิดตามมาตรา 116 (2), (3) ให้จำคุกคนละหนึ่งปี ในทางการนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษคนละ 1/4 คงจำคุกคนละ 9 เดือน ไม่รอการลงโทษ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 3, 4, 7 และ 8 ในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และยกฟ้องจำเลยที่ 6 และ 9 ทุกข้อหา

สำหรับจำเลยที่ 3 (อานนท์) คำพิพากษาในวันนี้ทำให้ปัจจุบันอานนท์มีโทษจำคุกนับตามกฎหมาย รวม 18 ปี 19 เดือน 20 วัน

ขณะนี้กำลังยื่นประกันตัวจำเลยที่ 4, 7 และ 8 ซึ่งต้องติดตามผลการประกันตัวต่อไป

ต่อมาเวลา 14.51 น. ทนายความแจ้งว่า ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวณัฐชนน, ไฟซ้อน และลูกมาร์ค ในระหว่างอุทธรณ์ โดยไม่มีเงื่อนไข ใช้หลักประกันเป็นหลักทรัพย์คนละ 100,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์