ดีอี เตือน ข่าวปลอม เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3! โอนตามลำดับเลขท้ายบัตรประชาชน
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 824,742 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 435 ข้อความ
สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 432 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 145 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 53 เรื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 67 เรื่อง
กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 41 เรื่อง
กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง
กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง
กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 24 เรื่อง
นายเวทางค์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวกับโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต กองทุนประกันสังคม การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเรื่องสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่
อันดับที่ 1 : เรื่อง เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3! โอนตามลำดับเลขท้ายบัตรประชาชน เช็กสิทธิด่วน!
อันดับที่ 2 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือครอบครัว ครอบครัวละ 100,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน
อันดับที่ 3 : เรื่อง ประกันสังคมวิกฤต! เก็บเงินคนไทยเดือนละ 18,472 ล้าน แต่กองทุนเสี่ยงล้มละลาย!
อันดับที่ 4 : เรื่อง ประกันสังคม เพิ่มค่าทำฟันจาก 900 บาท เป็น 1,200 บาท
อันดับที่ 5 : เรื่อง หากพบฝูงปลาจำนวนมากขึ้นฝั่งบนชายหาด หมายความว่า อาจจะเกิดสึนามิ
อันดับที่ 6 : เรื่อง อาบน้ำรุนแรง-ใช้น้ำร้อนจัด เสี่ยงเส้นเลือดสมองตีบ อัมพาตได้!
อันดับที่ 7 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิดให้คนไทยและคนต่างชาติ ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่ออนไลน์
อันดับที่ 8 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ง่าย เร็ว ได้จริง!
อันดับที่ 9 : เรื่อง เปิดให้ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ ปี 2568 บัตรออกจากกรมการขนส่งทางบกโดยตรง ทำได้ทั่วประเทศ
อันดับที่ 10 : เรื่อง ใบขับขี่ออนไลน์ บัตรออกจากกรมขนส่งโดยตรง ทำได้ทั่วประเทศ
“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต กองทุนประกันสังคม การให้บริการทำใบขับขี่ของกรมขนส่งทางบก เรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเรื่องของสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน
โดยในส่วนของข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต กองทุนประกันสังคม และการให้บริการทำใบขับขี่ออนไลน์นั้น ขอให้ประชาชนระมัดระวัง การแอบอ้างของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินได้ โดยหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์กล่าว
สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3! โอนตามลำดับเลขท้ายบัตรประชาชน เช็กสิทธิด่วน!” กระทรวงดีอีได้ประสานงานร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ตามเลขบัตรประชาชน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มีนาคม 2568) ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขั้นตอนของกลุ่มผู้สูงอายุ และอยู่ในช่วงการจ่ายเงินซ้ำสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ แต่ไม่สามารถรับเงินได้ในครั้งแรก และขอย้ำเตือนว่า ยังไม่มีโครงการ “เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3” และไม่มีการจ่ายเงินตามเลขท้ายบัตรประชาชน แต่อย่างใด
ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ออมสินปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือครอบครัว ครอบครัวละ 100,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน” กระทรวงดีอีประสานงานร่วมกับธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ธ.ออมสิน ไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อช่วยเหลือครอบครัว ครอบครัวละ 100,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน โดยบัญชีที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว เป็นบัญชีปลอมของมิจฉาชีพ ซึ่งได้แอบอ้างชื่อและโลโก้ของทางธนาคารไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวโดยเด็ดขาด

