ก.ตร.ชี้ไล่ออกบิ๊กโจ๊ก รอ ผบ.ตร.เซ็น เปิดทางอุทธรณ์ ฟ้องศาลปกครองสูงสุด
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการ ตร.มีมติไล่ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ว่า เมื่อคณะกรรมการเสนอแนะการลงโทษ ตามกฎหมายรอง ผบ.ตร.ทุกคนเป็นกรรมการ แต่วันประชุม พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน มีรอง ผบ.ตร. ร่วมประชุม 2 คน คือ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ร่วมประชุม
ส่วน พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลี่ยมศรี รอง ผบ.ตร. ติดราชการ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช.เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่เข้าประชุม มีมติให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ โดย ผบ.ตร.จะต้องลงนามในคำสั่งไล่ออกจากราชการ ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.จะรายงานการลงโทษไปยัง ก.ตร.รับทราบ หรือมีเหตุอันสมควรจะสั่งการแก้ไขเปลื่ยนแปลงคำสั่ง ผบ.ตร.ได้ทั้งสิ้น
พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า นับแต่วันที่ ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งมีผล ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.พ.ค.ตร.ได้ภายใน 30 วัน ก.พ.ค.ตร.มีกำหนดระยะเวลาพิจารณา 120 วัน ขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวมทั้งสิ้น 240 วัน
หาก ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยเป็นคุณกับผู้กล่าวหา อุทธรณ์ฟังขึ้น ตร.จะต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหากลับเข้ารับราชการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ก.พ.ค.ตร.มีคำวินิจฉัย หาก ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยเป็นโทษ ยืนตามคำสั่ง ตร.ที่ให้ไล่ออกจากราชการ ผู้ถูกกล่าวหาสามารถฟ้องศาลปกครองสูงสุดภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัย โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นที่สุด (ระยะเวลาการพิจารณา ประมาณ 1-2 ปี)
พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า หากศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดการลงโทษไล่ออกของ ผบ.ตร.เป็นไปตามกฎหมายถูกต้อง ตร.จะต้องดำเนินการในเรื่องการเสนอเพื่อถอดยศ และให้คืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่อไป

