ทวี คาด 3 เดือนรู้ผล คดีฮั้ว ส.ว. ลั่น พร้อมประสานคนนอกร่วมสอบสวน
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีฟอกเงิน ที่มาจากคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ในการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหลักว่าเรื่องนี้ต้องสอบสวนร่วมกับอัยการก่อนจะเริ่มสอบสวน หลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้ว พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ จะต้องมีการประชุมร่วมกัน และเสนอแผนการสอบสวน ทราบว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุด ในการประสานงาน และสำนักงานอัยการสูงสุด จะตั้งเป็นคณะทำงาน เพราะคดีนี้มีพยานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยหลังจากนี้จะเป็นเรื่องของพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้ว จะมีการหารือกับอัยการเพื่อวางกรอบระยะเวลาไว้เท่าใด
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า กฎหมายระบุไว้ว่า ให้สอบสวนโดยเร็ว คดีนี้เรารู้ชื่อพยานเยอะแล้ว และในการชี้แจงจะมีข้อมูลอยู่แล้ว หากจะให้เสร็จโดยเร็ว ตนคาดว่าน่าจะใช้เวลา 3 เดือน หากมีคนผิดจะแจ้งข้อกล่าวหา และหากจะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ อาจจะใช้เวลามากกว่านั้นอีกนิดหน่อย โดยยืนยันว่าไม่ได้มีบุคลากรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างเดียว แต่จะมีเจ้าหน้าที่จากอัยการ และหลังจากนี้จะใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี ตั้งบุคคลภายนอก เช่น ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ด้วย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร เราดูทั้งกฎหมาย และประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย กกต.ตอบกลับว่า ในคดีที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น ไม่ได้มีการตัดอำนาจ วันนี้ กกต.ยังไม่ได้เรียกสำนวน ทั้งที่ได้แจ้งให้ทาง กกต.ทราบแล้ว ตามกฎหมาย ต้องเรียกสำนวนภายใน 7 วัน อีกทั้งเอกสารมีค่อนข้างมาก และเป็นความลับ รวมถึงพยานจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะขอคุ้มครองพยาน
เมื่อถามต่อว่า ส.ว.ที่ไปร้องต่อ ป.ป.ช. ได้ตั้งข้อสังเกตว่า พยานหลักฐานต่างๆ ที่ดีเอสไอมี ดูไม่น่าเชื่อถือ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ยินดีให้ตรวจสอบ เมื่อท่านถูกเรียกเข้ามาให้การหรือแจ้งข้อกล่าวหา เราให้ความร่วมมือ และพร้อมให้ความเป็นธรรม ในส่วนที่ ส.ว.เสนอให้ยุบกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ถือเป็นสิทธิ และคงคิดว่าเขามีชื่ออยู่ในโพย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องรับฟัง และต้องพิจารณาให้ความเป็นธรรมโดยชอบตามกฎหมาย

