คอมมานโด บุกรวบคาผ้าเหลือง อาหื่นหนีไปบวชพระ หลังข่มขืนหลานวัย 17 จนตั้งครรภ์

14.03.25 | 16:56 น.

ตำรวจคอมมานโด ตามจับคาผ้าเหลือง อาหื่นข่มขืนหลานสาววัย 17 จนตั้งครรภ์ ก่อนหนีมาบวชเป็นพระนาน 9 เดือน


​เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., สั่งการ พ.ต.อ.ไผท คูสันเทียะ ผกก.1 บก.ปพ. พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ., จับกุม นายสุอนันต์ อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 283/2567 ลงวันที่ 12 มิ.ย. 2567 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย” ได้ภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากขณะที่ นายสุอนันต์ ยังใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.จี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ชาย และ มีศักดิ์เป็นหลานสาวแท้ๆ ของตนเอง พร้อมข่มขู่บังคับห้ามนำเรื่องไปบอกคนอื่น ก่อนวกกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกหลายครั้ง

จนกระทั่งช่วงกลางปี 2567 น.ส.จี เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง จึงโทรศัพท์ไปบอกพ่อเพื่อให้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล ก่อนที่ต่อมาแพทย์จะแจ้งให้ผู้เป็นพ่อทราบว่า สาเหตุที่ น.ส.จี ปวดท้องนั้นเป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์

Advertisement

เมื่อสอบถาม น.ส.จี ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจึงทราบความจริงว่าถูก นายสุอนันต์ อาแท้ๆ ข่มขืนมาตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2567 จนกระทั่งตั้งครรภ์ ก่อนพากันเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อนมีการออกหมายจับ ระหว่างนั้น นายอสุนันต์ ทราบเรื่องว่ากำลังถูกแจ้งความจึงตัดสินใจหลบหนีออกนอกพื้นที่ ก่อนจะหนีมาบวชเป็นพระ อยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวน นายสุอนันต์ ให้การรับสารภาพ ว่าได้ก่อเหตุข่มขืนหลานสาว จำนวน 3 ครั้ง โดยเหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2564 เป็นช่วงที่พ่อของผู้เสียหายป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงสบโอกาสช่วงที่ไม่มีคนอยู่บ้านบุกเข้าไปก่อเหตุถึงในห้องนอนผู้เสียหาย จากนั้นจึงข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร กระทั่งเมื่อเห็นว่าผู้เสียหายทำตามไม่นำเรื่องไปบอกใคร จึงลงมือก่อเหตุซ้ำอีก กระทั่งเมื่อเรื่องแดงขึ้นจึงพยายามหลบหนีไปซ่อนตัวตามที่ต่างๆ รอจนเรื่องเริ่มเงียบจึงไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้นานประมาณ 9 เดือน กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป