รวบเด็กอู่ หัวจ่ายส่งยาชานเมือง ยึดของกลางเพียบ ทั้งไอซ์-ยาบ้า-บุหรี่ไฟฟ้า จ่อประสานป.ป.ส.ยึดทรัพย์เพิ่ม
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 มีนาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.ดูแลงานยาเสพติด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น. 8 พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส ,พ.ต.ท.อชิรเวชชย์ สุพรรณเภสัช พ.ต.ท.ณรรฐพงษ์ มัคเจริญ รอง ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ ว่าที่ พ.ต.ต.ทรงผล นาคชำนาญ สว.กก.สส.บก.น.8 สั่งการให้ชุดสืบสวนบก.น.8 จับกุมนายกวี หรือต้น สงวนนามสกุล อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 43 กิโลกรัม คีตามีน 610 กรัม ยาบ้า 2,000 เม็ด ยาอี 1,000 เม็ด บุหรี่ไฟฟ้า 846 ชิ้น น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 823 ชิ้น อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 54 ชิ้น อาวุธปืนยาว ขนาด .22 มม. 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุนและแม็กกาซีน รถยนต์ใช้รับและเก็บยาเสพติด 2 คัน จับกุมได้บริเวณปากซอยมหาสวัสดิ์ 14 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม ต่อเนื่อง บริเวณบ้านเลขที่ 47/2 ม.1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม และบริเวณอู่ซ่อมรถยนต์ เลขที่ 47/24 ม.1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 23.30 น.ที่ผ่านมา

ชุดสืบสวนนครบาล 8 ได้สืบสวนจากกลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วได้สืบสวนขยายผลถึงต้นทางยาเสพติดดังกล่าว จนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ลักลอบกระจายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเป็นกลุ่มที่พักอาศัยอยู่บริเวณ ซ.มหาสวัสดิ์ 14 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีพฤติกรรมไปรับยาเสพติดจำนวนมากมาเก็บซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ โดยประกอบกิจการอู่ซ่อมรถยนต์บังหน้า มีนายกวี หรือต้น เป็นผู้ดูแล และนายกวี จะใช้รถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน สีบอร์ซทอง ในการจัดรับและส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าตามคำสั่งของผู้สั่งการ จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา
ต่อมาวันที่ 13 มี.ค. ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จัดวางกำลังไว้โดยรอบเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.30น. พบเห็นนายกวีฯ เดินอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ มีพฤติกรรมคล้ายจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจค้นตัวนายกวีฯ ผลการตรวจค้นพบคีตามีนจำนวนหนึ่งและกุญแจรถยนต์ซึ่งเชื่อว่าเป็นกุญแจรถยนต์ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด จึงได้ซักถามขยายผลเพื่อตรวจค้นหายาเสพติดที่ซุกซ่อนไว้ จนกระทั่งนายกวียอมรับว่าตนเพิ่งไปรับยาเสพติดมาจากบริเวณแยกนพวงศ์ ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และนำมาซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอเมร่า สีขาว ซึ่งจอดอยู่บริเวณลานจอดหน้าบ้านที่เกิดเหตุ โดยทำงานเป็นลูกน้องในอู่ดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายกวีไปตรวจค้นที่รถยนต์คันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ 1.ยาไอซ์ จำนวน 43 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 43 กิโลกรัม 2. คีตามีน น้ำหนักประมาณ 610 กรัม 3.ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด 4.ยาอี จำนวน 1,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวนายกวีฯ ไปทำการตรวจค้นบ้านพักของนายกวีฯ ผลการตรวจค้นพบ 1.บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 457 ชิ้น 2.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 334 ชิ้น 3.อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 54 ชิ้น และนำตรวจค้นอู่ซ่อมรถยนต์ ที่นายกวีฯ ทำงานอยู่ ผลการตรวจค้นพบ 1.บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 389 ชิ้น 2.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 489 ชิ้น จากการตรวจค้นทั้ง 3 จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถยึด 1.ยาไอซ์ 43 ถุง น้ำหนัก ประมาณ 43 กิโลกรัม 2.คีตามีน น้ำหนักประมาณ 610 กรัม 3.ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ยาอี จำนวน 1,000 เม็ด 5.บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 846 ชิ้น 6.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 823 ชิ้น7.อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 54 ชิ้น 8. อาวุธปืนยาว ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก (พร้อมลูกกระสุนและแม็กกาซีน) และ 9.รถยนต์ที่ใช้รับ-ส่งและซุกซ่อนยาเสพติด จำนวน 2 คัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการขยายผลและทำการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาประกอบกิจการรับจำนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ และอู่ซ่อมรถยนต์ บังหน้าเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามได้ง่าย จนสามารถทำการยึดรถยนต์ได้ 10 คัน รถจักรยานยนต์ 20 คัน และเรือเจ็ตสกี จำนวน 6 ลำ หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว คาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับแก๊งรับจำนำรถถูกขโมยด้วยอยู่ระหว่างขยายผล เพื่อดำเนินการแจ้งข้อหา สมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.“จำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์หรือเมทแอม เฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และจำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”, 2.“ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งสภ. พุทธมณฑล จ.นครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมาย


