‘Unseen In Prisons’ เปิดแดนสนธยาอวดสายตาชาวโลก ย่ำ‘ซุปเปอร์แม็กซ์’คุกความมั่นคงสูง

17.03.25 | 12:43 น.

ข่าวอดีต ผกก.โจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผูกคอในห้องขัง 50 แดน 5 เรือนจำกลางคลองเปรม

สังคมแคลงใจว่าความตายนั้นเกิดจากการตัดสินใจของตัวเองแน่หรือ

ยิ่งทั้งทนายความและญาติออกมาเปิดเผยถึงความบาดหมางระหว่างผู้คุม กับนักโทษชายอดีตนายตำรวจ

ถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย มีการแจ้งความ แต่ขณะนี้คดีกำลังคลี่คลายตอบคำถามทั้งหมด

Advertisement
ผลงานปั้นน้ำตาลจำลองเป็นเค้กงานแต่ง และงานปั้นจากขี้เลื่อยเป็นมังกร

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำการขาดความเชื่อมั่นว่าเรือนจำไทยไม่เป็นไปตามมาตรฐานด้านคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล

ดูเหมือนกรมราชทัณฑ์ได้ตระหนักประเด็นนี้ดี

ระหว่างที่ผู้คนในสังคมไทยติดตามข่าว “ผกก.โจ้” อยู่นั้น

ประจวบเหมาะกระทรวงยุติธรรมได้จัดกิจกรรมพาสื่อมวลชนไปดู “Unseen In Prisons” ตามรอยเรือนจำท่องเที่ยว @ เรือนจำกลางระยอง

คณะผู้บริหารราชทัณฑ์ถ่ายรูปหน้าแดน 6 ซุปเปอร์แม็กซ์

เปิดฉากที่สนามกลาง ภายในเรือนจำกลางระยอง ท่ามกลางอากาศร้อนในวันที่ 10 มีนาคม

สาธิตการเดินสวนสนามและวิ่งสวนสนามต่อเนื่อง โดยมีวงดุริยางค์บรรเลงประกอบ

ผู้ที่อยู่ในสนามกลางแจ้งล้วนเป็นผู้ต้องขัง

โดยเป็นตัวแทนจาก แดน 7, แดน 5 และแดน 8 จำนวน 3 กองร้อย

กิจกรรมดังกล่าวแสดงให้ถึงความแข็งแรงของร่างกาย และความพร้อมเพรียง ถือว่าผ่านการฝึกระเบียบวินัยมาอย่างดี

ทั้งนี้ ทุกคนที่ส่งตัวเข้ามาในเรือนจำกลางระยอง 6 เดือนแรก จะได้รับการฝึกฝนเลย

ต่อมาทั้ง 3 กองร้อยจัดรูปขบวนสวนสนาม โดยเปิดเพลงมาร์ชราชทัณฑ์กระหึ่ม

วงปี่สก็อต

และได้กล่าวพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อย่างพร้อมเพรียงเสียงดังว่า

“วินัยนั้น เมื่อนำมาฝึกหัดปฏิบัติ จะเป็นดังข้อบังคับ ที่ควบคุมบุคคล ให้ประพฤติปฏิบัติเป็นระเบียบ

จึงอาจทำให้เกิดความอึดอัดลำบากใจ เพราะต้องฝึกกระทำ แต่เมื่อปฏิบัติไปให้ชิน

จนรู้สึกว่า เป็นโดยอัตโนมัติแล้ว ก็สำเร็จผล ทำให้เป็นคนมีระเบียบ และเป็นระเบียบ

คือคิดก็เป็นระเบียบ ทำก็เป็นระเบียบ ตามลำดับขั้นตอน ตามกาลเทศะ ตามความพอเหมาะพอควร

หายสับสน หายลังเล และหายขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการทำงาน

สามารถนำวิชาความรู้และความชำนาญทุกๆ ประการ ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว สำเร็จผล

เต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วยให้เกิดผลสมบูรณ์ตามจุดหมาย ทั้งจะเกื้อกูลรักษาผู้มีวินัย ให้เจริญสวัสดีทุกเมื่อ”

จากนั้นผู้ชมในสนามได้รับชมการแสดง “ดรัมไลน์” จากแดน 8

กูเฮง ยาวอหะซัน
สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์

ศิลปะแห่งจังหวะและการประสานงานในวงโยธวาทิต เน้นการใช้เครื่องดนตรีประเภทกลองและเครื่องกระทบ เพื่อสร้างจังหวะที่เข้มข้น

ตามด้วย “วงปี่สก็อต” ที่มีการแสดงอย่างสวยงาม

แบนด์นี้ก่อตั้งเมื่อพฤษภาคม 2563 เป็นวงดนตรีปี่สก็อตวงที่ 3 ของประเทศ และเป็นวงแรกของกรมราชทัณฑ์

เปิดอบรมมาแล้ว 9 รุ่น มีวิทยากรจากภายนอกเป็นผู้ฝึกสอน นายคลีส วอร์คเกอร์ ครูผู้ฝึกสอน โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นวงแรกของประเทศ วิทยากรจากกองสวัสดิการดุริยางค์ตำรวจ ซึ่งเป็นวงดนตรีปี่สก็อตวงที่ 2 ของประเทศ

วงปี่สก็อตมีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จฯไปทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา ที่เรือนจำกลางระยอง

ทั้ง “ดรัมไลน์” และ “วงปี่สก็อต” มีการเปิดสอนในเรือนจำเพื่อปรับทัศนคติให้กับผู้ต้องขังมีพฤติกรรมยากต่อการควบคุมได้ฝึกฝนทั้งระเบียบวินัยและเพิ่มความสามารถ

จากนั้นมีการแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรี เรียกว่า “แฟนซีดริล” แสดงออกถึงความองอาจ เข้มแข็ง เป็นระเบียบวินัย ที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี

พร้อมเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “เรือนจำสร้างชาติ เริ่มที่ตนเองจบที่ตนเอง”, “ความเหนื่อยที่เกินทน หลอมคนให้ทนทาน”

การแสดงปันจักสีลัต และมวยไทย

จบด้วยการแสดง “ปันจักสีลัต” และ “มวยไทย” ศิลปะการป้องกันตนเอง

รูปแบบโชว์สะท้อนว่าต้องใช้สมาธิสูงและมีระเบียบวินัยฝึกซ้อมเป็นประจำเพื่อให้เกิดพร้อมเพรียง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงด้วย

ทั้งหมดคือการปรับพฤติกรรมลักษณะนิสัยให้มีทัศนคติในทางที่เป็นบวกก่อนที่จะปล่อยตัวคืนสู่สังคม

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงที่มาการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า ต้องการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของเรือนจำว่าได้พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อสร้างการรับรู้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคม

ให้เกิดการยอมรับ เกิดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้โอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ ตามนโยบาย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้แก้ไขและลดผู้กระทำผิดซ้ำ

“ไม่เช่นนั้นถ้าผู้ต้องราชทัณฑ์พ้นโทษออกไปไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ แล้วสร้างปัญหาให้กับสังคม ในที่สุดกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำอีก”

อธิบดีราชทัณฑ์บอกว่า “ผมมีความเชื่อว่าผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการขัดเกลาจิตใจแล้วแสดงศักยภาพออกมาให้ประชาชนได้เห็น จะได้รับการยอมรับในฝีมือ ทำให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะกลับไปอยู่ในสังคมภายนอก

ตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ ‘ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยต้องให้โอกาส’ แต่ถ้าราชทัณฑ์แก้ไขแล้ว แต่คนไทยไม่ให้โอกาส เขาเหล่านั้นก็ไม่มีที่ยืน”

ขณะที่ นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดใจว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นผู้ต้องราชทัณฑ์มีวินัย

เพราะการสวนสนามแสดงให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยสูง

วินัยจะทำให้ผู้ต้องราชทัณฑ์เป็นผู้ที่มีความอดทน

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการแก้ไขพฤตินิสัย การที่กรมราชทัณฑ์ได้จัดกิจกรรม Unseen In Prisons ขึ้นเป็นเรื่องที่ดีในการแก้ปัญหาผู้กระทำผิดซ้ำ

“ผมรู้สึกภูมิใจที่กรมราชทัณฑ์ทำให้สังคมภายนอกมองเรือนจำในมิติใหม่ มองเรือนจำเป็นเหมือนโรงเรียนที่ขัดเกลาผู้ก้าวพลาดให้เป็นคนมีคุณภาพ สร้างคนดีคืนสู่สังคม”

ภายในซุปเปอร์แม็กซ์ด้านหน้า มีวงจรปิดดูผู้ต้องขังทุกห้อง

ต่อมา คณะนายกูเฮงและอธิบดีราชทัณฑ์ได้นำสื่อมวลชนทัวร์แดน 6 เรียกว่า “ซุปเปอร์แม็กซ์” ที่มีความมั่นคงสูงสุด

เรือนจำกลางระยองเป็น 1 ใน 5 เรือนจำของประเทศไทยที่มีแดนมั่นคงสูง

นอกนั้นมีภาคกลาง ที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี, ภาคอีสาน ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา, ภาคเหนือ ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก และภาคใต้ ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช

ก่อนเข้าสู่ห้องคุมขังของ “ซุปเปอร์แม็กซ์” ด้านหน้ามีวงจรปิดเรียงกันเป็นสิบกว่าจอ เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวห้องขังแต่ละห้อง

แดนนี้รับผู้ต้องขังได้ 444 คน แต่ปัจจุบันมีแค่ 61 คน

สำหรับผู้ที่ถูกจองจำจะเป็นผู้มีพฤติกรรมเกเร ดื้อด้าน ไม่มีวินัย กระทำผิดซ้ำซาก

ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด ที่เรือนจำต่างๆ เอาไม่อยู่ก็จะถูกส่งตัวมาที่นี่

สำหรับแดนมั่นคงสูงสุดได้แยกขังตามพฤติการณ์ของผู้ต้องขังไม่ใช่ขังตามอัตราโทษ มีการขังเดี่ยว และขัง 3 คน เพื่อป้องกันทะเลาะวิวาทและทำร้ายกัน ระยะเวลาควบคุม 2 ปี ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

การขังเดี่ยวยึดตามหลักสากลในต่างประเทศ ซึ่งจะขังผู้ต้องขังคนเดียวและจะสังเกตพฤติกรรมอย่างเข้มข้นเพื่อให้ผู้ต้องขังปรับปรุงตัวเอง ที่สำคัญไม่ไปทำร้ายคนอื่น

นักโทษบางรายเกิดความเครียดจนทำร้ายตัวเอง ทำให้ทุกห้องขังต้องมีกล้องวงจรปิดทุกมุมเพื่อดูพฤติกรรม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ต้องขัง โดยประเมิน 1 เดือน, 3 เดือน และ 6 เดือน

ถ้าประเมินผ่านทั้ง 3 ระยะ แสดงว่าผู้ต้องขังแก้ไขพฤตินิสัยดีจะย้ายไปที่ห้องขังรวม

จากนั้นย้ายไปอยู่แดน 8 เรียกว่า “แดนรอง” เพื่อฝึกวินัยและทบทวนตัวเองอีก 1 ปีครึ่ง จะมีโอกาสได้ใช้ศิลปะและดนตรีในการบำบัดและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะได้ไปอยู่ในแดนปกติร่วมกับคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ต้องขังเครียด สามารถร้องขอพบจิตแพทย์ได้

การเดินสวนสนามและวิ่งสวนสนามต่อเนื่อง

ขั้นตอนต้องยื่นเรื่องผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำซึ่งจะมีประจำอยู่ทุกแดน

หากเป็นผู้ป่วยจิตเวชก็จะให้รับยาตามคำสั่งแพทย์ โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำเอายาไปให้ผู้ต้องขังถึงห้อง และดูด้วยว่ารับประทานยาเรียบร้อยแล้ว

ออกจากแดน 6 ไปดูแดนฝึกอาชีพ มีปลูกต้นแคคตัส งานปั้นจากขี้เลื่อย การวาดภาพ และการปั้นน้ำตาล และแดนการศึกษา ห้องสมุดพร้อมปัญญา ที่มติชนมีโอกาสร่วมส่งเสริมการอ่าน โดยได้มอบหนังสือให้กับนักโทษในเรือนจำได้อ่านและนำมาปรับใช้เมื่อพ้นโทษออกไปแล้ว

โดยชื่อ “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เป็นชื่อที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้

ทั้งหมดคือกระบวนการแก้ไขปรับปรุงพฤตินิสัย การฝึกระเบียบวินัยขั้นพื้นฐาน สร้างความอดทน มีระเบียบวินัย และให้ผู้ต้องขังมีทัศนคติในทางที่ดีขึ้น เปลี่ยนมายด์เซตใหม่ ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้ โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

ที่กรมราชทัณฑ์อยากให้สังคมภายนอกได้รับรู้