จับจีนหลอกเพื่อนร่วมชาติ อบรม ส.กีฬายิงปืนไทย เหยื่อหลงเชื่อบินตรงมาอบรม สุดท้ายชวด
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. แถลงจับกุม ผู้ต้องหาหลอกเหยื่อสมัครสมาชิกสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย (THPSA) สูญเงินกว่า 300,000 บาท ทราบชื่อ นายจือเจียง (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวจีน
ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จับจีนหลอกเพื่อนร่วมชาติ อบรม ส.กีฬายิงปืนไทย สุดท้ายชวดสมาชิก โดยจับกุมได้ในซอยลาดพร้าว 130/1 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดี
พฤติการณ์ ผู้เสียหายชื่นชอบกีฬายิงปืนและมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย (THPSA) ได้พบเห็นวิดีโอที่นายจือเจีย โพสต์ลงในแอrพลิเคชั่น Douyin หรือ Tiktok จีน โดยนายจือเจียงกล่าวว่า สามารถพาไปสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทยได้ จึงทักไปผ่านทาง Wechat เพื่อสอบถามรายละเอียดค่าบริการพาไปสมัครสมาชิก นายจือเจียง เสนอราคาค่าบริการที่ 270,000 บาท
โดยจะมีการอบรม 8 วัน รวมทั้งพาไปสอบ ตลอดจนได้บัตรสมาชิกและเข้าร่วมเป็นสมาชิก ผู้เสียหายได้ตกลง และขอเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินค่าบริการให้ แต่นายจือเจียงปฏิเสธรับเงินโอน และได้บอกกับผู้เสียหายว่าจะทำการสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อน เช่น ค่าเช่าปืน ค่ากระสุน เมื่อผู้เสียหายเดินทางมาประเทศไทยแล้วค่อยนำเงินสดมามอบให้กับนายจือเจียง
ต่อมาผู้เสียหายเดินทางเข้ามาประเทศไทย ได้มอบเงินสด 320,000 บาท ให้แก่นายจือเจียง แยกเป็นค่าบริการติดต่ออบรมและขออนุญาตเพื่อเป็นสมาชิกของชมรมยิงปืนรณยุทธไทย 270,000 บาท ค่าที่พักจำนวน 50,000 บาท หลังจากที่ผู้เสียหายได้ผ่านการอบรมแล้ว ได้รับมอบเพียงใบรับรองจากครูฝึกเท่านั้น ไม่ได้รับมอบบัตรสมาชิก จึงสอบถามไปที่สมาคม ปรากฏว่าไม่มีชื่อผู้เสียหายเป็นสมาชิก และรับแจ้งว่าผู้เสียหายมีคุณสมบัติไม่ตรงกับเงื่อนไขการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯที่กำหนดไว้ว่าจะต้องอาศัยอยู่ในประเทศอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
ผู้เสียหายจึงทราบว่านายจือเจียงหลอกลวง จึงพยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืนแต่นายจือเจียงปฏิเสธ และไม่ให้ข้อมูลใดๆ รวมทั้งได้บล็อกการติดต่อ จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีกับนายจือเจียง
หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนายจือเจียงแล้ว ต่อมาจากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่านายจือเจียงพักอาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130/1 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงจัดกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบตัวนายจือเจียง จึงเข้าจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางดำเนินคดีดังกล่าว

