กองบัญชาการศึกษา ตร. แจงเหตุ ส.ต.อ. ใส่ขาเทียม สอบติดนายร้อยได้ 91คะแนน แต่ถูกปัดตก

21.03.25 | 19:08 น.

กองบัญชาการศึกษา ตร. แจงปมเหตุ ‘ส.ต.อ.’ ใส่ขาเทียม สอบติดนายร้อยได้คะแนน 91 แต่ถูกปัดตก


ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้มีการเผยแพร่ กรณี “ข้าราชการตำรวจยศ ส.ต.อ. ร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สอบผ่านแต่ถูกปัดตกเนื่องจากที่ตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร” เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานแต่อย่างใดนั้น

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2568 กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ขอเรียนประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในข้อเท็จจริง ดังนี้

ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวได้สมัครเข้าทำการสอบคัดเลือกตามประกาศกองบัญชาการศึกษา ที่รับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ผู้มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.2567 กลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน (สบ.1)

Advertisement

โดยผลผลคะแนของ ส.ต.อ.รายนี้ ผ่านการสอบข้อเขียนได้คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 60.6) และให้เข้าทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ว่ายน้ำและวิ่ง)

ต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ขณะจะทำการทดสอบว่ายน้ำ คณะอนุกรรมการพบว่า ส.ต.อ.รายดังกล่าวมีความผิดปกติทางร่างกาย ขาซ้ายขาดตั้งแต่เข่าลงมา โดยใส่ขาเทียมเข้ามารายงานตัว เพื่อขอเข้าทดสอบ และได้ทำบันทึกขอถอดขาเทียมออกเพื่อว่ายน้ำ ผลปรากฏว่าว่ายน้ำอยู่ในเกณฑ์เวลา

จากนั้นได้ไปทำการทดสอบวิ่ง แต่ได้ทำบันทึกขอใช้อุปกรณ์ขาเทียมสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ และขณะนั้นแพทย์ประจำสนามไม่อาจให้ความเห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์เสริมหรือไม่ ตามที่ระเบียบต้องห้ามไว้ในประกาศ จึงให้เข้าทดสอบไปก่อนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ต่อมาเมื่อ 12 มี.ค.2568 คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก ได้ประชุมพิจารณาเพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้คัดเลือกได้ตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศรับสมัครและสอบคัดเลือก โดยกรณีของ ส.ต.อ. ปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้

1. ตามประกาศรับสมัคร ข้อ 2.6 ไม่เป็นผู้มีร่างกายผิดปกติ หรือพิกลรูป หรือพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่” กรณีที่ ส.ต.อ.รายดังกล่าว มีรายชื่อเข้าสอบข้อเขียน และไม่ได้ถูกตัดสิทธิการขาดคุณสมบัติตาม ข้อ 2.6 แต่แรก เนื่องจากเป็นการรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ชัดเจน

และในกรณีมีอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการเดิน การวิ่ง ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละภารกิจ ถ้าอุปกรณ์ดังกล่าวชำรุด ไม่พร้อม เสียหาย หรือสูญหายไป จะส่งผลต่อการดำเนินกิจวัตรประจำวัน หรือภารกิจต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ หรือมีเหตุซึ่งหน้า อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและต่อตนเอง

2. ตามระเบียบการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ในผนวก จ. ท้ายประกาศรับสมัคร ข้อ 6.2.5 ระบุ “ห้ามใช้อุปกรณ์ช่วยหรืออุปกรณ์เสริม ในการทดสอบใด ๆ ทั้งสิ้น..”

ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ขาเทียมที่ ส.ต.อ. ใช้ในการทดสอบเป็นแบบ Sport ใช้ในการวิ่งขันกีฬา มีน้ำหนักเบา และมีสปริง เวลาวิ่งจะเสริมให้เท้ากระดกไปข้างหน้า จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การวิ่งซึ่งไม่เป็นขาเทียมปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ดังนั้น คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ส.ต.อ.รายดังกล่าว เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนถูกต้องตามประกาศรับสมัคร จึงตัดรายชื่อออกจากผู้สอบคัดเลือกได้และไม่มีสิทธิเป็นผู้คัดเลือกได้ และผู้คัดเลือกได้สำรอง

อย่างไรก็ตาม ในการคัดเลือกครั้งนี้ กองบัญชาการศึกษาได้เปิดการคัดเลือกในสายนิติการ ซึ่ง ส.ต.อ.รายดังกล่าวสามารถเข้ารับการคัดเลือกโดยไม่ต้องทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ว่ายน้ำและวิ่ง) ที่มีข้อห้ามตามประกาศรับสมัครแต่อย่างใด

กองบัญชาการศึกษาจึงขอเรียนให้ที่น้องประชาชนได้รับทราบ และขอยืนยันยันว่าคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกได้ดำเนินการสอบคัดเลือกอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประการ

ด้าน ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่ตนทำงานด้านเอกสาร และมีออกปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามบ้าง สำหรับการสอบ ไปสอบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2566 สอบติดคะแนนเป็นตัวจริง สอบวิ่งว่ายน้ำผ่านหมด แต่ประกาศผลออกมาไม่มีรายชื่อในบัญชี โดยให้เหตุผลว่าใส่ขาเทียม พอปี 2567 ก็ไปสอบอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มีเฉพาะตำรวจ แต่ปีนี้มีการเพิ่มระเบียบคำว่าพิการด้วย สอบข้อเขียนผ่าน วิ่ง ว่ายน้ำ สัมภาษณ์ผ่าน ได้คะแนนเป็นตัวจริงอีก

สำหรับ ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ จบจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 ในปี 2561 ต่อมาในปี 2564 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องตัดขาขวาใต้หัวเข่า แต่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติด้วยการใช้ขาเทียม อย่างไรก็ตาม แม้จะสอบผ่านการเลื่อนขั้นเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรถึงสองครั้งในปี 2566 และ 2567 ซึ่งสอบได้คะแนน 91 คะแนน แต่กลับไม่มีรายชื่อในการประกาศผลสอบ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกตำรวจที่มีความสามารถแต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากภาวะร่างกาย