ทนแรงกดดันไม่ไหว หนุ่มชักปืนยิง ‘ตร.-สายลับล่อซื้อปืน’ ขอมอบตัว อ้างคิดว่าไม่ใช่ตร.จริง เลยชักปืนยิง

23.03.25 | 11:11 น.

สืบ 3 ตามกดดันจับหนุ่มชักปืนยิง ‘ตำรวจ-สายลับล่อซื้อปืน’ ขอมอบตัว อ้างคิดว่าไม่ใช่ตำรวจเลยชักปืนยิง 3 นัดซิ่งรถหนี


จากกรณี พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ต.กรณ์วรรัตน์ พรมสวรรค์ สว.กก.สส.บก.น.3 และชุดสืบสวนนครบาล 3 ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมแก๊งพ่อค้าจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน แต่คนร้ายเกิดต่อสู้ใช้อาวุธปืนตอบโต้จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 18/1 ซอยกาญจนาภิเษก 9 แยก 7 แขวงและเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร คนร้ายหลบหนีไปได้ 1 คนนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน สั่งการให้ชุดสืบนครบาล 3 จับกุมนายเทพพิทักษ์ หรือใหม่ อายุ 47 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนพก ชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิท แอนด์ เวสสัน หมายเลขประจำปืน CBH3257 มีทะเบียน 1 กระบอก และซองพกปืนแบบหนังสีดำ 1 ซอง จับกุมได้ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อจะขอมอบตัว ต่อเนื่องที่บ้านพักเลขที่ 49/342 ซอยนิมิตใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายตั้มกับนายใหม่ และ น.ส.ตั๊ก ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมายทางออนไลน์ ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่าสามารถติดต่อขอซื้อปืนพก ชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จากตั้มทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กได้ในราคา 35,000 บาท โดยเมื่อขอดูปืนให้จ่ายเป็นเงินสดก่อน 5,000 บาท จากนั้นให้โอนเข้าบัญชีในส่วนที่เหลือ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้วางแผนเข้าทำการจับกุม โดยวิธีการล่อซื้อ ร.ต.ต.อนุพงษ์ขับขี่รถ จยย.ไปกับสายลับและขอดูอาวุธปืน จากนั้นจะเป็นผู้มอบเงินสด จำนวน 5,000 บาท พ.ต.ต.กรณ์วรรัตน์กับพวกไปซุ่มอยู่ฝั่งท้ายซอย เมื่อได้อาวุธปืนแล้วจะได้นำกำลังมาสนับสนุนกันบริเวณกลางซอย จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดนัดหมาย ร.ต.ต.อนุพงษ์ขับขี่ รถ จยย.ไปกับสายลับพบกับนายตั้มอยู่บริเวณกลางซอยตามนัดหมาย จึงลงไปกับสายลับเพื่อขอดูอาวุธปืน จากนั้นพบว่านายตั้มได้เดินไปที่รถยนต์โตโยต้า รุ่นครอส สีขาว มีชายหญิงนั่งอยู่ในรถ จากนั้นได้มีนายใหม่ลงจากรถนำอาวุธปืนออกมาแล้วปลดโม่ ถอดกระสุนออก ส่งปืนให้กับนายตั้ม และเดินประกบนายตั้มมายังจุดที่

Advertisement

ร.ต.ต.อนุพงษ์กับสายลับยืนรออยู่ จากนั้นนายตั้มได้นำเอาอาวุธปืนส่งให้กับสายลับตรวจดู ทาง ร.ต.ต.อนุพงษ์เห็นว่าเป็นอาวุธปืนจริงจึงได้มอบเงินสดที่ใช้ล่อซื้อให้กับนายตั้มไป เป็นผู้มอบเงินสด จำนวน 5,000 บาท และถามเลขบัญชีที่จะโอนเงินส่วนที่เหลือให้ นายใหม่บอกให้โอนเข้าบัญชีแฟนของตนเองแล้วเดินมาที่รถเพื่อถามเลขบัญชีกับ น.ส.ตั๊ก แฟนนายใหม่ที่อยู่ในรถ ร.ต.ต.อนุพงษ์เห็นว่าได้อาวุธปืนเรียบร้อยจึงให้สัญญาณเพื่อเข้าไปทำการจับกุมตัว พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อเข้าไปทำการจับกุม นายตั้มเมื่อทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจึงได้วิ่งหนีไปทางท้ายซอย

ส่วนนายใหม่เมื่อทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉี่ยวบริเวณลำตัวไปถูกแขนซ้าย ร.ต.ต.อนุพงษ์จนได้รับบาดเจ็บ และยิงถูกบริเวณลำตัวของสายลับได้รับบาดเจ็บ และยิงมาทาง ร.ต.อ.สนองที่คอยคุ้มกันอยู่ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายใหม่เพื่อป้องกันตนเองและ ร.ต.ต.อนุพงษ์กับสายลับ ซึ่งนายใหม่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงต่อสู้จึงขึ้นรถหลบหนีไปทางท้ายซอยแล้วเลี้ยวขวา หลบหนีไปได้ จนกระทั่งกดดันจนเข้ามอบตัวและพาไปค้นบ้านพักพบอาวุธปืนของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวนนายเทพพิทักษ์ หรือใหม่ ให้การรับว่า ได้รับการติดต่อจากนายมีชัย หรือ ตั้ม ซึ่งรู้จักกันมานานเนื่องจากเคยติดคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรมด้วยกัน แจ้งว่ามีคนขอซื้อปืน จึงได้ร่วมกันกับแฟนสาวขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า ครอส สีขาว นำเอาอาวุธปืน ชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 มาขาย และมีอาวุธปืนติดตัวมาด้วยอีก 1 กระบอก โดยจะขายอาวุธปืนในราคา 35,000 บาท แล้วจะแบ่งให้นายมีชัย หรือตั้ม จำนวน 2,000 บาท ต่อมาเมื่อมีการส่งมอบอาวุธปืนและเงินค่าปืนแล้ว ได้มีคนตะโกนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระโดดมาล็อกเพื่อจับกุม ซึ่งตนเองไม่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จำนวน 3 นัด ไม่ทราบว่าถูกผู้ใดหรือไม่ ขณะเดียวกันก็มีเสียงปืนมาจากอีกฝั่งหนึ่งยิงตอบโต้มาถูกที่ตัวรถ แต่ไม่ถูกตัวนายเทพพิทักษ์ หรือใหม่ กับแฟนสาวแต่อย่างใด

จากนั้นได้ขึ้นรถหลบหนีไปกับแฟนแล้วเอารถไปจอดไว้ที่ย่านพหลโยธิน แล้วเดินทางไปที่ สภ.บางกรวย เพื่อจะขอมอบตัว จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 เข้าไปพบดังกล่าว และยอมรับว่ามีอาวุธปืนบางส่วนซุกซ่อนอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 49/342 ซอยนิมิตใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร จึงได้สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจยึดเพิ่มเติม คืออาวุธปืนพกออโตเมติก ซีแซด รุ่นรามี่ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกออโตเมติก ซีแซด รุ่น 75 ขนาด 9 มม. 1 กระบอก, อาวุธปืนพกออโตเมติก บาเรตต้า รุ่น 92 เอฟ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพก รีวอลเวอร์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ 2.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน 4.ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ 5.ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย