ทนายวิฑูรย์ พาตัวแทนบริษัทรับฝาก สร้อยคอแบรนด์เนมหรู แจ้งความ ดิว ข้อหาฉ้อโกง

23.03.25 | 12:12 น.

ทนายวิฑูรย์ พาตัวแทนบริษัทรับฝาก สร้อยคอแบรนด์เนมหรู แจ้งความ ดิว ฉ้อโกง เอาของยืมจากไฮโซฝากเอาเงิน 7 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ สน.ปทุมวัน นายวิฑูรย์ เก่งงาน หรือทนายอ๋อง พา น.ส.ณัฐจุฑา ปุณณธนาวัฒน์ ตัวแทนบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อริสรา ทองบริสุทธิ์ หรือดิว ข้อหาฉ้อโกง เอาสร้อยของผู้อื่นมาขายฝากกับบริษัท โดยทุจริตหลอกลวงว่าเป็นของตัวเอง ทำให้ได้ไปซึ่งสินเชื่อจากบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด

โดยนายวิฑูรย์เปิดเผยว่า ตนพาผู้รับมอบอำนาจบริษัทแจ้งความฉ้อโกง เนื่องจากดิว น.ส.อริสรา ทองบริสุทธิ์ เป็นผู้เอาสร้อยคอขายฝากบริษัท อ้างว่าเป็นของตัวเองเพื่อให้ได้เงินสินเชื่อ ปกปิดข้อเท็จจริงให้ได้เงินดังกล่าว ไม่ได้มีการร่างสัญญาใช้สิทธิตามกฎหมายแล้วว่าบริษัทได้รับความเสียหายถูกหลอกทรัพย์สินเป็นของลูกหนี้ดังกล่าว โดยมีสัญญาขายฝากตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.67 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังการทำธุรกรรมไม่ต้องทำแต่เฉพาะหน้า มีการยืนยันตัวตนผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ ประเด็นเรื่องการคืนสินค้านั้นขอให้เป็นเรื่องหลังจากนี้ อยู่ในกระบวนการของกฎหมาย กระบวนการบริษัทรับมาเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นของ น.ส.อริสรา ส่วนราคาถูกไปหรือไม่ กรณีดังกล่าวทางบริษัทพิจารณาตีเป็นของมือสอง เป็นราคารับฝากสินค้า ได้สินเชื่อ 7 ล้านบาท เผื่อให้เจ้าของไถ่สินค้าคืนได้

Advertisement

น.ส.อริสรามีการส่งดอกเบี้ย จำตัวเลขไม่ได้ บริษัทใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนแต่ดอกเบี้ยส่งตรงตั้งแต่ ส.ค.สิ้นสุดประมาณเดือน มี.ค. ส่งโอนด้วยตัวเอง การเซ็นรับสภาพหนี้ต้องดูสัญญาว่าเป็นหนี้ไหม แต่เป็นการหลอกลวงตั้งแต่แรกต้องคุยกันเป็นคดีอาญา ไม่ใช่คดีแพ่ง ยืนยันไม่ได้คุยรายละเอียดรับสภาพหนี้ แต่ขอทำการร้องทุกข์ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ยืนยันว่าการแจ้งความคือการดำเนินคดี ไม่ได้กดดัน แต่หากมีขั้นตอนการเจรจาการพูดคุยแก้ไขเกิดขึ้น เจ้าตัวควรบินกลับมาไทย ควรเป็นรูปแบบนั้น ซึ่งขณะนี้เงินต้นค้างยังคงค้างไว้เต็มจำนวน

สำหรับประเด็นการรับของโจรนั้นต้องพิจารณาตั้งแต่วันแรกว่ารู้หรือไม่ว่าไม่ใช่ของ น.ส.อริสรา ถ้ารู้ว่ากระทำความผิด โดยที่ไม่ใช่เจ้าของ ถือว่าผิด แต่ยืนยันทางบริษัทไม่ทราบว่าเป็นของคนอื่นแต่อย่างใด กรณี น.ส.อริสรามีความสัมพันธ์เจ้าของเดิมนั้น มีความสัมพันธ์ให้ยืมของกันด้วย ข้อกฎหมายกับบริษัทรับของโจรไปไม่ถึง

กรณีนี้เป็นกรณีแรกของบริษัท ถ้าเจ้าของอยากรับของคืนต้องให้ น.ส.อริสราเข้ามาคุยกัน 3 ฝ่าย คดีเพียงแค่นี้ทำให้เสียหายนิติกรรมตัวนี้เท่านั้น ไม่ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องแต่อย่างใด ส่วนเอกสารที่นำเข้ามามอบให้พนักงานสอบสวนมีหนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ มอบทางตัวแทน สัญญา 4 ฉบับ ภาพถ่ายสร้อยคอ ราคาเงินต้น ราคาดอกเบี้ย

ด้าน น.ส.ณัฐจุฑากล่าวว่า กรณีใบรับรองของ หรือใบเซอร์ติฟิเคทนำสร้อยฝากนั้น ตั้งแต่มีการนำของมาฝากเมื่อวันที่ 19 ส.ค.67 ที่ผ่านมา น.ส.อริสราแจ้งว่าจะนำมาให้อีกครั้ง ซึ่งบริษัทของเราทำธุรกิจสินเชื่อรับฝากแบรนด์เนม ราคารับฝากจะมีราคาลดหลั่นไปตามอุปกรณ์ที่มี กรณีนี้มีแค่สร้อยกับตัวกล่องเท่านั้น ส่วนมีการตรวจสอบรับของโจรหรือไม่นั้น อย่างที่เราแจ้งเราไม่สามารถรีเช็ก หรือตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าอันนี้เป็นของใคร แบรนด์ยี่ห้อบุลการีเองมีตัวแทนจำหน่าย ชื่อนำของมาฝากชื่อ น.ส.อริสรา มีการทำสัญญากัน เราประเมินตามที่มี ไม่ได้ต้องการอุปกรณ์ฟูลเซต หรือครบทั้งหมด โดยมีการทำสัญญาเอกสาร บัตรประชาชน มีการลงนามถูกต้อง มีการทำสินค้ากันดังกล่าวเป็นสร้อยคอเส้นนี้ครั้งแรก

น.ส.ณัฐจุฑายังกล่าวว่า บริษัทเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝาก คนเอาเงินลงทุนมีสินค้าแบรนด์เนมมาฝากกับเราได้ สินค้ามือสองมาฝากได้ มีใบเสร็จไม่สามารถเช็กได้ ไม่เหมือนรถยนต์ เช็กต่อได้ใครครอบครอง สัญญามีระบุถ้อยแถลงชัดเจน สินค้าดังกล่าวต้องเป็นกรรมสิทธิ์ผู้เดียวเป็นของลูกค้า ส่วนประเด็นให้ราคาต่ำกว่าราคาจริงนั้น ตอบเท่าไหร่สูงสุดตอบราคาไม่ได้ ให้วงเงินตามราคาตลาด ราคาที่ออกสื่อ 15 ล้านคือราคาสร้อยคอมือหนึ่ง เราตีเป็นราคามือสองที่ น.ส.อริสราได้ไป อย่างไรก็ตาม ขอว่าอย่าใช้สื่อกดดันเราเพราะเราเป็นผู้เสียหาย เราขอเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและปกป้องชื่อเสียงบริษัท

สำหรับมาตรการนั้นต้องมีกระบวนการต่อจากนี้ ปรึกษาทีมงานผู้บริหารไม่ได้มีอะไร เราโดนกระแสเรื่องการให้คืนสร้อยดังกล่าว ส่วนกำหนดเวลามีการต่อสัญญาครั้งละ 3 เดือน ต่อได้ไม่มีกำหนด ตั้งแต่ ส.ค.ถึงปัจจุบัน ไม่แน่ใจ น.ส.อริสราแจ้งต่อมาแล้วกี่ครั้ง ถึงแม้ราคาดีดขึ้น จะมาขอราคาต่อเพิ่มไม่ได้ เราขอดำเนินการขั้นตอนกฎหมายฝั่งบริษัทของเราก่อน หลังจากนี้จะมีการเจรจาแน่นอน อยากให้ น.ส.อริสราบินกลับมาเจรจาทำข้อตกลงร่วมกัน หลังจากออกรายการยืนยันไม่มีโอกาสคุยกับ น.ส.อริสรา และขณะนี้ยังไม่ได้คุยเรื่องการขอโทษทางฝ่ายเราแต่อย่างใด