ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีดิไอคอน พ่วงคดีสามารถฟอกเงิน ซัพพอร์ตเตอร์ให้กำลังใจเหล่าบอสล้นห้อง ยังไม่ได้ข้อสรุปวันสืบพยานเหตุพนักงานอัยการและทนายจำเลยหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ ส่วนเคสฟอกเงินนัดสืบพยานอีกครั้ง 18 ก.พ. ปีหน้า
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 704 ศาลนัดหมายสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีสำคัญ 2 คดี ได้แก่ คดีฉ้อโกงของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด หมายเลขดำ อทย.14/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวกรวม 17 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงลงทุน และอีกคดีสำคัญคือ คดีฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด คดีหมายเลขดำ ฟ.6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และนางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดานายสามารถ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ประธานบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ปจำกัด เป็นจำเลยรวม 4 รายในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
อ่านข่าว – ศาลเบิกตัว 16 บอสดิไอคอน ทุกคนปฏิเสธข้อกล่าวหา ‘บอสพอล’ ยิ้มแจ่มใส ‘บอสกันต์’ เข้ากอดครอบครัว
โดยนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานดังกล่าวนั้น ได้เบิกตัวจำเลยทุกคนในสองคดีนี้ที่ถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในกรณีที่เป็นจำเลยชายและทัณฑสถานหญิงกลางในกรณีที่เป็นจำเลยหญิง มาร่วมฟังการพิจารณา ซึ่งรวมถึงนายวรัตน์พลและนายสามารถด้วย โดยรถของเรือนจำได้นำจำเลย มาส่งที่ศาลอาญาในช่วงเวลาประมาณ 08.30 น.
ด้านนางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ เดินทางมาถึงศาลในเวลาประมาณ 08.45 น. โดยได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนขึ้นฟังตรวจพยานในชั้นศาลว่า วันนี้ตนมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในการนำพยานหลักฐานมายืนยันในชั้นศาลว่า ตนและลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงินแต่อย่างใด ต้องการอยากจะเป็นกระบอกเสียงพูดแทนลูกชายเพื่อขอให้บังเกิดความยุติธรรม ที่ผ่านมาตนได้ไปเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำโดยตลอด ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ของลูกชายไม่ค่อยดีนัก มีเจ็บป่วยบ้าง แต่สามารถปรับตัวให้อยู่ในเรือนจำได้ ส่วนเรื่องการยื่นประกันตัวลูกชายนั้น เตรียมที่จะยื่นในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ แม่ของนายสามารถเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในคดีฟอกเงินนั้น นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล จำเลยในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด จะรับทำคดีฟอกเงินนี้ควบคู่กันไปด้วย โดยเมื่อนายวิฑูรย์ได้เดินทางมาถึงศาลอาญา ก็ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้น ๆ เพียงแค่ว่า ตนไม่สามารถที่จะสัมภาษณ์ให้ข่าวในทางคดีได้ในตอนนี้

ต่อมาที่ห้องพิจารณาคดี 704 ทางเจ้าหน้าที่ได้สงวน 5 แถวแรกฝั่งขวาของห้องเอาไว้สำหรับเป็นที่นั่งของจำเลย ส่วนที่นั่งที่เหลือนั้นพบว่า เต็มไปด้วยบรรดาแม่ทีมและผู้ให้การสนับสนุน ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มาให้กำลังใจจำเลยซึ่งนั่งกันจนล้นทุกแถวที่นั่ง บางส่วนถึงขนาดต้องยืนอยู่ข้างห้อง จำนวนกว่า 200 คน แต่ไม่พบว่ามีตัวแทนของผู้เสียหายเข้าร่วมการพิจารณาคดีในครั้งนี้ นอกจากพนักงานอัยการฝ่ายโจทก์
ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ทยอยนำตัวจำเลยที่ถูกคุมขังจำนวนทั้งสิ้น 17 คน แบ่งเป็นจำเลยหญิงในคดีฉ้อโกง ดิไอคอนกรุ๊ป 6 คน จำเลยชายในคดีฉ้อโกง 10 คน และนายสามารถ ขึ้นมายังห้องพิจารณาคดี
ซึ่งในระหว่างนั้น บรรดาผู้ให้การสนับสนุน ได้ลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้กล่าวทักทายบรรดาจำเลยทั้งหลายทั้งน้ำตา บางส่วนได้พยายามเข้ามาจับมือจับไม้จำเลย จนทำให้จำเลยผู้หญิงทั้ง 6 คน ต่างร่ำไห้ออกมาส่วนจำเลยผู้ชายนั้น พบว่าส่วนใหญ่ รวมทั้งนายกันต์ ต่างมีสีหน้าเรียบเฉยค่อนข้างไปทางเคร่งเครียด ส่วนนายวรัตน์พล พบว่ามีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและได้พยายามจับมือจับไม้ทักทายบรรดาแฟนคลับ โดยนายวรัตน์พลและนายสามารถ เดินมาด้วยโซ่ตรวนเดียวกัน
ส่วนบรรยากาศที่นั่ง 5 แถวแรกฝั่งขวาของห้องที่สงวนเอาไว้สำหรับจำเลยนั้น พบว่าก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะเบิกตัวจำเลยที่ถูกคุมขังขึ้นมาที่ห้องพิจารณาคดี แม่ของนายสามารถซึ่งได้รับการประกันตัวนั่งรออยู่ก่อนแล้วบริเวณแถวหน้าสุดริมขวาสุดของที่นั่ง
ต่อมาเมื่อบรรดาจำเลยได้ขึ้นมายังห้องพิจารณาคดีแล้ว พบว่านายวรัตน์พล ได้มานั่งแถวหน้าสุดข้างแม่ของนายสามารถ เช่นเดียวกับบอสปันที่ได้มานั่งข้าง ๆ นายวรัตน์พล เช่นเดียวกัน ส่วนแถวที่ 2 กับแถวที่ 3 นั้น จำเลยชายและหญิงนั่งสลับกันไป ส่วนแถวที่ 4 นั้น มีจำเลยผู้ชาย 3 คนนั่งอยู่ หนึ่งในนั้นคือนายสามารถซึ่งนั่งอยู่แถวริมสุดฝั่งขวา โดยมีแฟนสาวของนายสามารถประกบนั่งข้าง ส่วนแถวสุดท้ายมีจำเลยชาย 3 คนนั่งอยู่ โดยนายกันต์นั่งเป็นคนที่ 3 ซึ่งแถวหลังถัดจากบอสกันต์ จะเป็นบรรดาเครือญาติและครอบครัวของบอสกันต์ที่มากันประมาณ 5 คน

จากการสังเกตของทีมข่าวพบว่า ก่อนที่ผู้พิพากษาจะขึ้นบัลลังก์ ได้มีเครือญาติบางส่วนของจำเลยมาเยี่ยมและเข้าไปพูดคุย ตัวอย่างเช่น นายสามารถซึ่งมีแฟนสาวได้มาพูดคุยด้วย พบว่าในระหว่างที่ทั้งสองคนพูดคุยต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและมีการกอดหอมแก้มกัน ขณะที่พูดคุยกันทั้งสองคนก็ได้กุมมือกันตลอดเวลา บางจังหวะนายสามารถได้ลุกขึ้นเดินไปหาแม่ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด โดยแม่ได้โอบกอดนายสามารถด้วย
ส่วนญาติฝั่งบอสกันต์นั้น พบว่าได้พูดคุยกับนายกันต์ บางจังหวะมีการลูบหลังและกอดปลอบใจ ถึงขนาดร่ำไห้ออกมา
สำหรับบรรยากาศการนัดตรวจพยานในคดีฉ้อโกงของ ดิไอคอนกรุ๊ป นั้น พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยการถกเถียงกันของพนักงานอัยการและทนายฝ่ายจำเลย เนื่องจากพนักงานอัยการฝั่งโจทก์นั้นแถลงต่อศาลว่า มีพยานบุคคลจำนวน 7,991 ปาก แต่เสนอให้ดำเนินการสืบพยานเบื้องต้นก่อนจำนวน 109 ปาก ประมาณ 27 นัด ซึ่งในระหว่างนั้น จะให้ฝั่งจำเลยอ่านคำให้การของพยานบุคคลทั้ง 7,000 กว่าปาก หากมีข้อสงสัยในพยานบุคคลรายใด ก็จะได้ดำเนินการนัดหมายสืบพยานเพิ่มเติมต่อไป โดยพนักงานอัยการให้เหตุผลว่า เพื่อให้การสืบพยานเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทนายความฝั่งจำเลยไม่เห็นด้วย เพราะเนื่องจากอยากจะให้สืบพยานทั้ง 7,000 กว่าปากให้แล้วเสร็จทีเดียว แม้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า แต่อย่างน้อยก็เพื่อที่จะสามารถทำบัญชีพยานให้ชัดเจนและจะได้ไม่กระทบต่อสิทธิ์การยื่นประกันของจำเลยในระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งในประเด็นส่วนนี้นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปและอยู่ในระหว่างการพิจารณาพูดคุยกันของทั้งสองฝ่าย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงบ่ายวันนี้
และขณะก่อนการเริ่มตรวจหลักฐานยังได้เกิดความวุ่นวายในระหว่างที่พนักงานอัยการและทนายความฝ่ายจำเลยได้พูดคุยกัน พบว่าขณะนั้นได้หารือว่าอาจจะต้องเลื่อนนัดตรวจพยาน ทำให้ผู้สนับสนุน ดิไอคอนกรุ๊ป เกิดความไม่พอใจ จึงได้ตะโกนโห่ร้องเสียงดังลั่นห้องขึ้นมาพร้อมกันหนึ่งครั้ง สร้างความตกใจให้กับบุคคลที่อยู่ในห้องเป็นอย่างมาก จนผู้พิพากษาได้สั่งเตือนว่าห้ามทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้อีก บรรยากาศจึงกลับเข้าสู่ความสงบ
ส่วนคดีการฟอกเงินของ ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มีนายสามารถและแม่เป็นจำเลยด้วยนั้น สามารถได้ข้อสรุป ดังต่อไปนี้คือ พยานฝ่ายโจทก์จะประกอบไปด้วยเอกสารจำนวน 41 ฉบับ และพยานบุคคลจำนวน 24 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่รับผิดชอบคดี เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่รับจดทะเบียนบริษัท เจ้าหน้าที่ธนาคาร บุคคลใกล้ชิดของจำเลย โดยโจทก์ขอสืบพยานจำนวนทั้งสิ้น 6 นัด ศาลพิจารณาอนุญาตให้นัดหมายสืบพยานฝ่ายโจทก์ระหว่างวันที่ 18-20 ก.พ. 2569 และ 10-12 มี.ค. 2569
ขณะที่พยานบุคคลฝ่ายจำเลยเสนอจำนวน 11 ปาก ได้แก่ จำเลยในคดีนี้ทั้ง 3 ราย บอสปีเตอร์ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด นักการเมืองที่เป็นอดีต สส. ของพรรคการเมืองหนึ่ง นายวิฑูรย์ เก่งงาน และตัวแทนของวัดที่ได้รับเงินบริจาคจากแม่นายสามารถ โดยจำเลยขอสืบพยานจำนวนทั้งสิ้น 3 นัด ศาลพิจารณาอนุญาตให้นัดหมายสืบพยานฝ่ายจำเลยระหว่างวันที่ 31 มี.ค. 2569 และ 2-3 เม.ย.2569


