กองปราบจ่อรวบหนุ่มตุ้งติ้งสวมรอย2แอร์ ตุ๋นหนุ่มไฮโซผ่านแอพพ์หาคู่แล้ว พบหมายจับอื้อ

28.03.17 | 18:04 น.

จากกรณีรายงานข่าวแจ้งว่า 2 แอร์สาวการบินไทยร้องกองปราบถูกมือดีแฮกเฟซบุ๊กนำรูปภาพและข้อมูลส่วนตัวไปหลอกตุ๋นหนุ่มไฮโซผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่โดยใช้เสน่ห์ความสวยของแอร์สาวในการลวงหลอกเอาเงินจากเหยื่อ ก่อนจะขาดหายการติดต่อแต่เนื่องจากเหยื่อเกรงว่าจะได้รับความอับอายจึงไม่กล้าเข้าแจ้งความ ทำให้มิจฉาชีพรายนี้ได้ใจก่อเหตุในลักษณะเดิมอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งต่อมาความจริงถูกเปิดเผยเมื่อ 2 แอร์สาวถูกเหยื่อโทรมาทวงถามเงินที่ถูกยืม พร้อมทั้งถูกบริษัทต้นสังกัดตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงรู้ว่าตกเป็นเครื่องมือให้มิจฉาชีพรายนี้นำไปก่อเหตุดังกล่าว กระทั่งมีการไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามดังกล่าว ต่อมาภายหลังทราบเรื่อง

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง ผกก.1บก.ป. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ วุฒิจำนง สว.กก.1บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวสืบทราบตัวผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุแล้ว โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นชาย ลักษณะตุ้งติ้ง หลังตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องสงสัยรายนี้พบว่ามีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวติดตัวอยู่ 2-3 หมายจับ ประกอบกับบัญชีธนาคารที่ถูกเปิดขึ้นเพื่อให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาให้จำนวน 7-8 บัญชี เป็นธนาคารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับที่ผู้ต้องสงสัยกบดานซ่อนตัวอยู่ ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวได้แบ่งทีมทำงานลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวผู้ต้องสงสัย และตรวจสอบว่ายังมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวรายอื่นเพิ่มด้วยหรือไม่ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคารต่างๆ ที่มิจฉาชีพหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามานั้น เป็นชื่อของบุคคลอื่นเป็นส่วนใหญ่ พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับมิจฉาชีพรายนี้และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าวพบว่าผู้เสียหายในคดีมีอยู่ 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่แอร์โฮสเตสสาว 2 ราย กรณีนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในความผิดฐาน “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์จนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน” ส่วนผู้เสียหายอีกกลุ่มจะเป็นในกลุ่มที่ถูกหลอกตีสนิทและโอนเงินไปให้ ขณะนี้พบว่ามีอยู่ 7 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มไฮโซ แวดวงสังคมชั้นสูง ในส่วนนี้จะเป็นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในความผิดฐานฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบรูปแบบแผนประทุษกรรมของมิจฉาชีพรายนี้ พบว่าก่อนเกิดเหตุมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยมีการศึกษารูปแบบ ภาษา ข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับศัพท์การบินของเจ้าหน้าที่แอร์โฮสเตสสายการบินต่างๆ จนถึงขั้นสามารถปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับสายการบินดังกล่าวได้อย่างแนบเนียน รวมถึงคัดลอกข้อมูลส่วนตัวของเจ้าหน้าที่แอร์โฮสเตสผู้เสียหายจากโซเชียลมีเดีย ที่แอร์โฮสเตสสาวทั้ง 2 รายโพสต์ลง ก่อนจะถูกนำรูปภาพและชื่อไปใช้ในการแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บสะสมรูปภาพภายในสนามบินและสถานที่ท่องเที่ยวตามประเทศต่างๆ เพื่อนำมาใช้เล่นละครตบตาหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ