ปอศ.เปิดปฏิบัติการ รื้อระบบสยบจีนดำ ล้างบาง 15 บริษัทผิดกม.จับผู้ต้องหา72 คน ยึดทรัพย์ 150 ล้าน

27.03.25 | 10:06 น.

ปอศ.ล้างบาง 15 บริษัทจดบัญชีของนายทุนจีน กวาดจับผู้ต้องหาทั้งไทย-จีน 72 คน รับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนอมินี ยึดทรัพย์อีก150ล้าน 

วันที่ 27 มี.ค.พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ กก.4 บก.ปอศ. พ.ต.ต.หญิง ชนากานต์ นิรัมย์ สว.กก.4 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทบัญชีแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี และบ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรโครงการหรู ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจค้นสามารถจับกุมบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 21 ราย ชาวไทยจำนวน 51 ราย และนิติบุคคล อีก 15 บริษัท ทั้งหมดถูกจับกุมความผิดตาม “พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว“ พร้อมของกลางโฉนดที่ดิน จำนวน 5 ฉบับ,ตราประทับบริษัท 332 อัน,เอกสารลูกค้า จำนวน 2 กล่อง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนอมินี จำนวน 1 แฟ้ม และเอกสารขอ VISA และ WORK PERMIT จำนวน 16 รายการ

ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ “CIB Game on” รื้อระบบสยบจีนดำ พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวจีนชื่อ นายลีฯ ผู้ต้องหา ตามหมายแดง (Red Notice) ก่อเหตุยักยอกทรัพย์ชาวจีน มูลค่า 3,000 ล้านหยวน (ประมาณ 14,000 ล้านบาท) ก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อปี 2564

Advertisement

ต่อมาผู้ต้องหาได้ตั้งบริษัท อันเจีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายชาวจีน อ้างว่าสามารถทำวีซ่า และบัตรประชาชนให้ได้ ก่อนที่จะถูกจับกุมในที่สุด

จากการสอบสวนทราบว่า บริษัทดังกล่าวนำชื่อคนไทยมาถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ไม่มีสถานที่ตั้งจริงตามที่จดทะเบียนไว้ โดยพบว่า บริษัทนอมินีของนายลี ได้มาว่าจ้างบริษัทบัญชีแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี เป็นผู้รับจดทะเบียน และส่งงบการเงิน โดยนำชื่อของกรรมการและบุคคลในครอบครัวไปถือหุ้นในบริษัทชาวจีนอีกเป็นจำนวนมาก จึงเข้าตรวจค้นดังกล่าว

ส่วนผลการตรวจค้นทราบว่า บริษัทแห่งนี้มี น.ส.เหยียน เจ้า หรือ “วีนัส” สัญชาติจีน เป็นเจ้าของคอยบริหารงานจากประเทศจีน พร้อมหาลูกค้าชาวจีนที่ต้องการมาเปิดบริษัทในประเทศไทย เมื่อมีลูกค้าก็จะสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน WeChat โดยมีการนำชื่อพนักงานคนไทย และบุคคลใกล้ชิด มาเป็นตัวแทนทำนิติกรรมอำพราง หรือ “นอมินี” ถือหุ้นในสัดส่วนของคนไทยแทนคนต่างด้าว เพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย ตลอดจนการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าบ้านเดี่ยวในโครงการหรู ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ นั้นถือกรรมสิทธิ์โดยบริษัทนอมินีจีน ภายในโครงการยังมีบ้านที่ถือกรรมสิทธิ์โดยบริษัทนอมินีจีนอีก 5 หลัง มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท ส่วนบริษัทในเครือข่าย จดทะเบียนมีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกัน รวม 17 บริษัท ซึ่งพบด้วยว่าตึกร้างภายในตลาดย่านบางเสาธง ไม่ได้ตั้งเป็นสำนักงานของบริษัทแต่อย่างใดอีกด้วย