ตม.รวบหนุ่ม ชาวฝรั่งเศส แก๊งชิงนักโทษ ฆ่าผู้คุมเมื่อปี’67 หนีคดีกบดาน จ.ภูเก็ต
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. รวมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา รายสำคัญ สืบเนื่องมาจากฝ่ายกิจการตำรวจและความมั่นคงสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการค้นหา จับกุม และเพิกถอนการอนุญาต นายอาโดนิส (Adonis) บุคคลตามหมายจับฝรั่งเศสและหมายแดงตำรวจสากล ในข้อหาร่วมองค์กรอาชญากรรมเพื่อก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรง
จากการมีส่วนร่วมในการชิงตัว “นาย Mohamed” นักโทษในเรือนจำ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เรือนจำเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย
จากพฤติการณ์การกระทำความผิดเมื่อวันที่ 14 พ.ค.67 ระหว่างการนำตัวนาย Mohamed ซึ่งเป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญ ขณะส่งตัวจากศาลไปที่เรือนจำ มีกลุ่มคนร้ายพกอาวุธสงครามจำนวน 6 คน บุกเข้าไปปล้นตัวนักโทษเป็นเหตุให้มีผู้คุมเสียชีวิต
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 120 นาย ระดมกำลังค้นหาและจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยมีกลุ่มผู้ต้องหาและผู้สมรู้ร่วมคิดบางส่วน รวมถึงตัวนักโทษที่หลบหนีไปประเทศโรมาเนีย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ขณะที่นายอาโดนิสได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ก่อนฝรั่งเศสออกหมายจับ และออกหมายแดงสากล
ภายหลังจากรับข้อสั่งการของผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบข้อมูล จากฐานข้อมูลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยพบว่านายอาโดนิสเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยครั้งล่าสุดทางด่าน ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2568 และได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 8 เม.ย. 2568 และอยู่ระหว่างหลบซ่อนตัวในพื้นที่ ต.กมลา และ ต.ป่าตอง จ.ภูเก็ต จึงได้ลงพื้นที่ติดตามและสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พันธนะเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคนนี้เป็น 1 ใน 50 คน ของกลุ่มมาเฟียใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส โดยทำหน้าที่ในการจัดหาอาวุธ เพื่อใช้สำหรับก่อเหตุชิงตัวนักโทษดังกล่าว ส่วนตัวการใหญ่ของกลุ่มนี้พบว่าหลบหนีไปที่ประเทศโรมาเนียและสามารถจับกุมตัวได้แล้ว
อีกทั้งยังได้รับการยืนยันจากทางการฝรั่งเศสว่านายอาโดนิสเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ส่วนที่ผู้ต้องหาเลือกมากบดานในประเทศไทยนั้น คาดว่าเนื่องจากผู้ต้องหาเคยเดินทางมาที่ประเทศไทยแล้ว 1 ครั้ง คนร้ายจึงเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นที่หลบหนีและใช้ชีวิตตามปกติได้
โดยจากการสืบสวนเบื้องต้นไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศไทย และยังไม่พบการกระทำความผิดระหว่างที่หลบหนีมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม สมรู้ร่วมคิดในการก่ออาชญากรรม และร่วมกันพานักโทษหลบหนี โดยหลังจากนี้จะดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อไปดำเนินคดีที่ประเทศฝรั่งเศสต่อไป

